พระเอกหนุ่ม ‘ไอซ์’ ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์ ท้าฝีมือ บท ‘ภีม’ ในละคร “กลเกมรัก” ทางช่อง 3 ที่มีช่วงหนึ่งต้องเล่นเป็นคนตาบอด บอกเป็นสิ่งที่ยากและกังวลมาก
นอกจากนี้ในเรื่องยังได้ร่วมงานกับน้องๆ นักแสดงใหม่ ไม่ว่าจะเป็น อู๋ กิตติภณ, มิ้นท์ รัญชน์รวี และ เดนิส เจลีลชา ซึ่งทำให้ตัวเองเซอร์ไพรส์ในฝีมือการแสดงของน้องๆ ที่แต่ละคนแสดงได้ดี
ส่วนเรื่องหัวใจ เจ้าตัวแง้มชัดตอนนี้โสดมา 2 ปีแล้ว โดยสเป๊กสาว อันดับแรกต้องเป็นคนที่รักน้องหมา

ถามถึงคาแร็กเตอร์ในละคร “กลเกมรัก”?
ไอซ์ – “ผมรับบท ภีม เป็นหนุ่มยูทูบเบอร์ รักอิสระ มีความฝันที่อยากเป็นช่างภาพระดับโลก และไม่เคยมีความคิดที่อยากจะเป็น นักธุรกิจเลย แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ตัวเองมองไม่เห็น จากจุดสูงสุดก็ลงมา ต่ำสุด แล้วก็ต้องมาฝ่าฟันสู้เพราะว่าโดน อนล รับบทโดย อู๋ กิตติภณ ลูกพี่ลูกน้องของตัวเองคิดหักหลัง ส่วนเรื่องความรักตัวภีมชอบ อันดา รับบทโดย มิ้นท์ รัญชน์รวี ตั้งแต่ตอนที่เขาช่วยพักฟื้นตอนที่เราตาบอดอยู่แล้ว ซึ่งอนลลูกพี่ลูกน้องเราก็ชอบอันดาเหมือนกัน ทำให้ต้องสู้กันในเรื่องของความรักอีก ความจริงภีมไม่เคยคิดจะแข่งขันกับอนลเลยมาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าอนลอยากจะเอาชนะตลอด เพราะว่าเขาโดนพ่อกดดัน”
เล่นเป็นคนตาบอดด้วย ทำการบ้านยังไง?
ไอซ์ – “ยากมาก ตอนแรกกังวลมาก ถึงขั้นโทร.ไปหาพี่หนุ่ย (ศุทธสิทธิ์) ผู้จัดและ ผู้กำกับฯ ว่าพอมี reference อะไรบ้างมั้ย จนมาเจออันหนึ่งที่พี่หนุ่ยเขาต้องการคือเป็นหนังอินเดียที่พระเอกแกล้งเป็นคนตาบอดที่เป็นนักเปียโน สิ่งที่พี่หนุ่ยต้องการคือเป็นคนที่มองไม่เห็นแต่มีความรัก ปกติเวลาเล่นซีนโรแมนติกจะต้องใช้สายตามองสื่อสารกัน แต่นี่มันยากตรงที่เรามองไม่เห็นแล้วต้องทำยังไงให้ซีนนั้นมันโรแมนติก โชคดีที่ก่อนถ่ายทำได้ไปเวิร์กช็อปมาก่อน แต่ว่าพอถ่ายบทตาบอดทีไรโคตรเหนื่อยเลย เพราะต้องดราม่ามากๆ”

ร่วมงานกับนักแสดงใหม่ๆ ทั้งนั้นเลย?
ไอซ์ – “ใช่ครับ มิ้นท์ เดนิส อู๋ เป็นนักแสดงเจนใหม่ทั้งหมด จริงๆ ตื่นเต้นตั้งแต่เวิร์กช็อปแล้ว รับรู้ได้ว่าน้องทุกคนเป็นเด็กที่น่ารักและเป็นเด็กดี เวลาเข้าฉากด้วยกันผมรู้สึกว่าการร่วมงานกับทั้งสามคนนี้คือความเซอร์ไพรส์ เพราะเราไม่รู้เลยว่าเขาจะโชว์อะไรออกมา หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าน้องเล่นได้ขนาดนี้เลยเหรอ ตะลึงกับการแสดงของพวกเขามาก อย่างอู๋จะมีดราม่ากันค่อนข้างเยอะ ตอนแรกอู๋จะมีความเกรงใจ ซึ่งเราเข้าใจเพราะเราเคยเป็นมาก่อน แต่พอเกรงใจแล้วทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ เราก็บอกอู๋เลยว่าใส่ได้เต็มที่เลย ถามว่าน้องๆ มาขอคำปรึกษาบ้างมั้ย มีครับ อู๋ก็ไลน์มาถามว่าซีนดราม่าจะต้องร้องไห้ยังไง เราก็แนะนำไปแต่ไม่ได้สอน ดีใจที่เห็นเขาใส่ใจรายละเอียดการทำการบ้าน ส่วนมิ้นท์นี่ค่อนข้างจะไปด้วยกันได้ดีเลย มีอยู่ซีนนึงในบทไม่ได้บอกว่าต้องร้องไห้ แต่พอเล่นด้วยกันน้ำตาไหลออกมาทั้งคู่ อินกันมาก ส่วนเดนิสเป็นเด็กมหัศจรรย์ พลังล้น การแสดงมาเต็มมากๆ เปิดกองวันแรกทุกคนจะงงกับคาแร็กเตอร์กัน แต่เดนิสเป็นคนเดียวที่ได้รับคำชม ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเรื่องแรกของน้อง”

ละครเรื่องนี้รีเมกมาจาก “เงารักลวงใจ” ที่เคยโด่งดัง และแจ้งเกิดพระเอก 2 คนอย่าง หมาก และ ณเดชน์ มาแล้ว พอเป็นเวอร์ชั่นที่เราเล่นมีความกดดันบ้างไหม?
ไอซ์ – “ครึ่งๆ ครับ ไม่ได้กดดันขนาดนั้น เพราะมันเป็นสมัยใหม่แล้ว ฉะนั้นบทและการนำเสนอมันก็ต้องเปลี่ยนไป เค้าโครงมันอาจจะมีเล็กๆ น้อยๆ แต่ผมเชื่อว่าการที่เราถ่ายทอดในแบบของเรามันจะไม่มีความเหมือนเดิมเลย ส่วนว่าคนจะเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนได้มั้ย เปรียบเทียบได้ แต่เชื่อว่าเวอร์ชั่นนี้ไม่แพ้แน่นอน เพราะพวกเราเชื่อในสิ่งที่เราถ่ายทอดและมั่นใจจริงๆ ว่าเราทำได้ค่อนข้างโอเค และจะต้องออกมาดีแน่นอน”
กระแส ไอซ์-อู๋ มาแรงอยู่นะ?
ไอซ์ – “(หัวเราะ) จริงๆ ครับ มันจะมีความเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เอ๊ะอะไร มันได้อยู่นะ ไอซ์-อู๋ หรือเปล่า ไม่ใช่ ไอซ์-มิ้นท์ หรือ อู๋-มิ้นท์ แล้ว เรียกว่ามันจะมี มิติใหม่ เพราะว่าเดี๋ยวนี้เรื่องของ LGBTQ เรื่องของ วายเข้ามา มันก็ต้องเปลี่ยนใหม่ เรื่องตรงนี้มันก็จะเกิดความน่ารักอีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่แค่ชายหญิงอย่างเดียว มีให้จิ้นได้จริงๆ แน่นอน”

อยู่วงการมาระยะหนึ่งแล้ว มองพัฒนาการตัวเองยังไงบ้าง?
ไอซ์ – “ผมค่อนข้างจะให้คะแนนตัวเองเยอะหน่อย ภูมิใจในตัวเองที่เรากล้าขึ้นพร้อมขึ้น แล้วพอเราภูมิใจในตัวเอง การแสดงมันก็จะคมมากขึ้นด้วยครับ อีกอย่างผมโชคดีด้วยที่ได้รับบทที่ไม่ซ้ำกันเลย ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนตลอด”
งานต่อเนื่องเลยไหม?
ไอซ์ – “โชคดีที่ผู้ใหญ่ช่อง 3 ให้โอกาสในการพิสูจน์ฝีมือตัวเอง มีผลงานได้ทำ ต่อเนื่องแล้วก็รอออนแอร์ต่อเนื่อง ที่รอออนแอร์อยู่ 3 เรื่องคือ เก็บแผ่นดิน พยัคฆ์ร้ายซ่อนลาย และกลเกมรัก ที่ ออนแอร์แล้วตอนนี้ ส่วนที่ถ่ายอยู่คือ เงินงานความรัก”

แล้วในเรื่องชื่อเสียงล่ะ พอใจแค่ไหน?
ไอซ์ – “ผมมายด์ในเรื่องของคนที่จ้างและร่วมงานกับเรามากกว่า ว่าถ้าเราไม่มีชื่อเสียงแล้วเราไปร่วมงานด้วย เขาจะ โอเคมั้ย แต่ถ้าถามตัวผมเองไม่ได้มายด์ เลยกับเรื่องชื่อเสียง เพราะว่าผมแฮปปี้กับการที่ได้ทำงานในจุดนี้แล้ว มันคือความฝันแล้ว”
หลายคนคิดถึงไอซ์ลุกส์หนุ่มเซอร์ผมยาว?
ไอซ์ – “มีแต่คนบอกว่าคิดถึง เมื่อไหร่จะกลับมาไว้ผมยาว ผมก็มีคิดๆ ไว้ แต่อาจจะต้องรออายุเยอะกว่านี้อีกสักหน่อยหนึ่ง แล้วก็รับบทที่แปลกขึ้น เพราะผมชอบบทที่ไม่ซ้ำกัน ถ้าเขาอยากให้ไว้ก็ไว้ เขาอยากให้ตัดไอซ์ก็ตัด ส่วนตัวเองชอบผมยาวหรือผมสั้นมากกว่ากัน คือมันคนละแบบครับ ความเป็นตัวตนของเรามันคือผมยาวที่เป็นลุกส์ที่จดจำง่าย แต่ถ้าถามในการดูแลรักษาผมสั้นแน่นอน”

หัวใจเป็นยังไงบ้าง?
ไอซ์ – “ตอนนี้ไม่มีใครเลย ผมแฮปปี้กับการอยู่คนเดียว แล้วก็มีน้องหมา ตัวหนึ่ง คือผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ออก ไปไหน ผมโสดมาปีสองปีแล้ว ที่ไม่มีไม่ใช่เพราะเหนื่อยเรื่องความรัก พอมีมันก็เป็นอีกฟีลหนึ่ง ซึ่งพอมีมันก็มีเรื่องราวต่างๆ เลยทำให้รู้สึกว่าการอยู่คนเดียวสบายใจกว่า ส่วนที่บ้านก็แล้วแต่ผม จริงๆ แม่ไม่อยากให้มีหรอก แต่พ่อคงอยากแหละตามประสาผู้ชายอ่ะครับ แต่ผมไม่ได้มีภาพในหัวว่าจะต้องแต่งงานอายุเท่านี้ มีลูกอายุเท่านี้ มันยังไม่ได้อยากมีจริงๆ หรือถ้าจะมีมันก็มีเองตามความรู้สึก”
ที่ผ่านมาความรักของเราเป็นยังไงถึงมองว่าตอนนี้อยากอยู่คนเดียวมากกว่า?
ไอซ์ – “ที่ผ่านมาก็โอเคหมด มันเป็นส่วนเติมเต็ม ขึ้นชื่อว่าความรักมันดีแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่ว่ามันจะไป ต่อได้หรือไปต่อไม่ได้ก็อยู่ที่ใจของกันและกันที่จะตกลงเข้าหากันได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง”

เวลามีความรัก เป็นผู้ชายแบบไหน?
ไอซ์ – “ไม่ได้โรแมนติก แต่เป็นคนที่ใส่ใจ แล้วก็ขี้อ้อน (หัวเราะ) น่าจะเป็นมู้ดที่คนไม่เคยเห็นอ่ะว่าไอซ์มีมุมนี้ด้วย ติดสกินชิปด้วย ไม่ได้แคร์อะไรฟีลแบบโลกนี้มีแค่เราสองคน แต่ตอนนี้มีไอซ์กับน้องหมา เอาจริงๆ คือถ้ารักใครอ่ะจะเป็นฟีลเหมือนที่ไอซ์อยู่กับน้องหมาเลย พอไปไหนไปด้วย อุ้มไปกินข้าว หอมๆๆ กอดๆๆ ถ้าอยากรู้ว่าไอซ์รักแฟนยังไงให้ดูจากสิ่งที่ทำกับน้องหมาเลย (หัวเราะ) แล้วถ้าผมจะมีใครก็ต้องดูก่อนเลยว่าเขาเป็นคนรักหมาหรือเปล่า แพ้ขนหมาหรือเปล่า ไม่ได้นะ ถ้าไม่ได้ 2 ข้อนี้ก็ตัดก่อนเลย (หัวเราะ) เพราะผมรักน้องหมามาก”
แล้วมีสเป๊กไหม?
ไอซ์ – “เมื่อก่อนมีครับ สมัยเรียนจะชอบลูกครึ่ง เพราะคนที่เข้ามาในตอนนั้นเป็นลูกครึ่งทำให้คิดว่าสเป๊กเราคือลูกครึ่ง แต่ปัจจุบันเรื่องรูปร่างหน้าตาไม่ได้ถึงขนาดนั้นแล้ว จะเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า อยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ เติมพลังบวกให้กัน แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว”