น.ส.อัจจนา ล่ำซำ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ ในไตรมาส 3/2566 สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ -0.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการทยอยชำระคืนหนี้ของภาคธุรกิจ หลังเร่งขยายตัวต่อเนื่องเพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดใหญ่ในกลุ่มส่งออกและภาครัฐ รวมทั้งมีการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ของธนาคารพาณิชย์ รวมไปถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ สินเชื่อธุรกิจยังขยายตัวได้ โดยหลักในธุรกิจกลุ่มโฮลดิ้งและก่อสร้าง ขณะที่สินเชื่อรายย่อยขยายตัวชะลอลงในเกือบทุกพอร์ตสินเชื่อ โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวชะลอลงที่ 2.4% สอดคล้องกับความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ชะลอลง ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ค่าครองชีพ ที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงรายได้ต่ำ สินเชื่อบัตรเครดิต -16.2% สินเชื่อส่วนบุคคล ขยายตัว 2.8% และสินเชื่อรถยนต์ ขยายตัว 0.8% ด้านคุณภาพสินเชื่อด้อยลงเล็กน้อยจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคเป็นสำคัญ

ภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 4.94 แสนล้านบาท หรือ 2.7% เพิ่มขึ้น 2.3 พันล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 2.67% โดยส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อรายย่อย ซึ่งธนาคารพาณิชย์ยังสามารถบริหารจัดการคุณภาพหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อ Stage2 อยู่ที่ 5.85% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งในพอร์ตสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่ออุปโภคบริโภค ยกเว้นสินเชื่อรถยนต์ที่ยังคงปรับเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของสินเชื่อมีการหดตัวในไตรมาส 3 ของปี 2566 เป็นไตรมาสแรก ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีมีการหดตัวมาแล้ว 5 ไตรมาส ติดต่อกัน ส่วนหนี้เสียต้องยอมรับว่าเริ่มเห็นค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทยอยออกมาให้เห็น โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2566 ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้นจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยเงินฝาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน