ทำเนียบรัฐบาล – เมื่อวันที่ 21 พ.ย. นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รับทราบตามที่กระทรวงแรงงาน (รง.) เสนอประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 13) ลงวันที่ 29 ก.ย.2566 เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้บังคับต่อไป

คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 21 ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการทบทวนอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ เพื่อพิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 54 สาขาอาชีพ โดยพิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างจากลักษณะการทำงาน การจ่ายค่าจ้างจริงในตลาดแรงงาน ความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง รวมทั้งสถานการณ์และสภาพข้อเท็จจริงในแต่ละสาขาอาชีพและจัดทำร่างอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือเสนอคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 21 แล้ว ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 (ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน) ครั้งที่ 6/2566 เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2566 ได้มีมติกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ดังนี้

1.เห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 6 สาขาอาชีพ 54 สาขา เช่น สาขาช่างอุตสาหกรรมศิลป์ สาขาอาชีพช่างเครื่องกล สาขาก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า ฯลฯ ก่อนยกตัวอย่าง ช่างเครื่องประดับอัญมณี ซึ่งจะมีค่าจ้างต่อวันอยู่ที่ 825 บาท ถือว่าสูงมาก โดยเห็นชอบวันที่ประกาศอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือมีผลใช้บังคับคือ เก้าสิบวันหลังจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และเห็นชอบให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 9-12) โดยให้รวบรวมอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือดังกล่าวไว้ในประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 13) เพียงฉบับเดียว (รวม 129 สาขา) เพื่อให้มีความเหมาะสมและสะดวกต่อการถือปฏิบัติต่อไป

นายคารมกล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรองที่ออกตามพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ออกไป 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2566 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอขอขยายระยะเวลาในการออกกฎหมายลำดับรองจำนวน 5 ฉบับ ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับ ดังนั้น จะต้องดำเนินการออกกฎหมายลำดับรองดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 27 พ.ย.2566 ตามพ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายฯ ประกอบมติครม.วันที่ 19 ม.ค.2564 และ 28 ก.พ.2566 รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการออกกฎหมายลำดับรอง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการพอสมควร ทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 27 พ.ย. จึงมีความจำเป็นต้องขอขยายระยะเวลาการออกกฎหมายลำดับรองตามพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.2566 เป็นต้นไป

นายคารมกล่าวต่อว่า ครม.ยังมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรองตามความในพ.ร.บ.การส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2562 และพ.ร.บ.สภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ.2562 รวม 3 ฉบับ ออกไป 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.2566 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน