กทม. – เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่โรงพยาบาลกลาง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานเปิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาตรฐานระบบเครือข่ายบริการสุขภาพ (Healthcare Network System Standards) และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนามาตรฐานเขตสุขภาพกรุงเทพ (Bangkok Health Zoning) ระหว่างกรุงเทพมหานคร กับสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) โดยมีนางปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผอ.สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล (HA) ผู้รับผิดชอบงาน Bangkok Health Zoning และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพเวชศาสตร์เขตเมือง (Urban Medicine Service Center : UMSC) ผู้แทนศูนย์บริการสาธารณสุข และผู้แทนโรงพยาบาลเครือข่ายเขตสุขภาพกรุงเทพมหานครทั้ง 7 โซน คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญจากสำนักการแพทย์เข้าร่วม
นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาวได้ เชื่อว่าเครือข่ายเรื่องคุณภาพจะช่วยพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครและศูนย์บริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพ หากเรียนรู้ซึ่งกันและแลกเปลี่ยนมาตรฐานการบริการระหว่างกันเชื่อว่าจะพัฒนาและประสบความสำเร็จได้ และกทม.ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ หัวใจสำคัญคือต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่าย จัดแบ่งเป็นเขตสุขภาพกรุงเทพมหานคร (Bangkok Health Zoning) และนำผลสำเร็จไปขยายผลต่อไป
ทั้งนี้ กทม.ให้บริการในรูปแบบเขตสุขภาพกรุงเทพมหานคร (Bangkok Health Zoning) เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหน่วยบริการหลายระดับ ตั้งแต่ระดับชุมชนถึงสถานพยาบาลระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบการให้บริการที่เป็นลักษณะเครือข่ายการให้บริการที่มุ่งเน้นการเข้าถึงบริการในระดับเส้นเลือดฝอย สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรจะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย ทั้งสำหรับผู้ป่วย บุคลากร และประชาชน
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานเขตสุขภาพกรุงเทพมหานคร (Bangkok Health Zoning) ระหว่าง กทม.กับสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ตลอดจนการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาตรฐานระบบเครือข่ายบริการสุขภาพ (Healthcare Network System Standards) จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม ปัญหาที่ค้นพบ แนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน ที่เกิดจากการเรียนรู้และความร่วมมือ จะช่วยให้ทีมบุคลากรสามารถแก้ไขปัญหาของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้มีความปลอดภัย ช่วยให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและไว้วางใจในระบบบริการสุขภาพ