กทม. – เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่สำนักเทศกิจ (สนท.) เขตธนบุรี นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขต โดยมี นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผอ.สำนักเทศกิจ พร้อมคณะผู้บริหารสนท. หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 สำนักงานเขต และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่ทำการค้า 95 จุด ผู้ค้า 5,233 ราย ประกาศเป็นพื้นที่ทำการค้าแล้ว 55 จุด ผู้ค้า 3,440 ราย อยู่ระหว่างพิจารณาประกาศ 31 จุด ผู้ค้า 1,101 ราย เจ้าพนักงานจราจรไม่เห็นชอบ 9 จุด ผู้ค้า 629 ราย ส่วนพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน 544 จุด ผู้ค้า 13,210 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 10 ต.ค.2566 ที่ผ่านมาได้มีการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าโดยยกเลิกจุด ยุบรวมจุด ย้ายผู้ค้าเข้าพื้นที่เอกชน รวมถึงจัดหาพื้นที่ Hawker Center เพื่อรองรับผู้ค้า
จากนั้น ที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินการโครงการกวดขันรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จอดหรือขับขี่บนทางเท้า ระหว่างวันที่ 9 ก.ค.2561 ถึงวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา จับกุม 55,538 ราย ว่ากล่าวตักเตือน 4,625 ราย ดำเนินคดี 50,911 ราย ปรับเป็นเงิน 62,257,714 บาท ผลการดำเนินการระหว่างวันที่ 1 ส.ค. ถึงวันที่ 19 พ.ย.2566 จับกุม 2,286 ราย ตักเตือน 69 ราย ดำเนินคดี 2,217 ราย ปรับ 3,044,595 บาท สำหรับผลการดำเนินงานการติดตั้งกล้องซีซีทีวี โดยใช้ระบบ BMA AI CAMERA ในการตรวจจับผู้กระทำผิดฝ่าฝืนขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.-วันที่ 19 พ.ย.2566 จำนวน 12 กล้อง โดยมียอด ผู้กระทำผิด 45,823 ราย ป้ายทะเบียนซ้ำ 24,298 ราย ออกหนังสือเชิญ 5,584 ราย รวมปรับทั้งสิ้น 284 ราย เป็นเงิน 226,000 บาท
ส่วนโครงการจัดระเบียบป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย ผลการดำเนินการของเขต ระหว่างวันที่ 8 พ.ค.2561 ถึงวันที่ 19 พ.ย.2566 จัดเก็บ 246,710 ป้าย แจ้งความดำเนินคดี 31 ราย จับ-ปรับ 6,234 ราย ปรับ 17,354,600 บาท ผลการดำเนินการของ สนท.ร่วมกับสำนักงานเขต ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.2561 ถึงวันที่ 19 พ.ย.2566 จัดเก็บ 119 ป้าย สำหรับผลการดำเนินงานจัดการซากยานยนต์ จอดทิ้งในพื้นที่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562-2566 ตรวจพบซากยานยนต์ 1,358 คัน เจ้าของเคลื่อนย้ายเอง 1,162 คัน สำนักงานเขตเคลื่อนย้าย 181 คัน และรอเคลื่อนย้าย 15 คัน ปรับไป 33 คัน จำนวนเงิน 60,500 บาท และขายทอดตลาด 30 คัน รวม 245,900 บาท
“การจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย ต้องทำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง บางจุดที่มีผู้ค้าตั้งอยู่ไม่กี่ราย ไม่ควรใช้ระยะเวลายาวนานจนเกินไป ในการยกเลิก ยุบรวม ย้ายเข้าไปในพื้นที่รองรับซึ่งอาจจะเป็น ตลาดนัดเอกชน หรือ ฮอเคอร์ เซ็นเตอร์” นายจักกพันธุ์กล่าว