ออกอากาศไปไม่เท่าไหร่ ทัวร์ชุดใหญ่ก็พากันมาลงที่สาวหมวย ‘คริส หอวัง’ กับการถ่ายทอดบท ‘รตา’ แม่เลี้ยงสุดแซ่บในละคร “ชีวิตภาคสอง” ทาง ช่องวัน 31 ที่ต้องสาดสกิลร้ายใส่ลูกเลี้ยงอย่าง ‘บิ๊นท์’สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ ที่รับบท ‘ปิ่น’

นอกจากเป็นนักแสดง คริสยังรั้งตำแหน่งผู้บริหารและเอ็กซ์คลูซีฟ โปรดิวเซอร์ ค่ายเพลง 2 FLOW (ทูโฟลว์) ภายใต้ Workpoint Entertainment อีกด้วย

โดยวันนี้เราจะมาพูดคุยกับเธอถึงงานทั้งสองอย่าง รวมถึงสถานะหัวใจที่เธอว่าเป็นสีชมพู

บทบาทในละคร “ชีวิตภาคสอง”?

คริส – “เรื่องนี้ดังมากที่สเปนและสิงคโปร์ ช่องวันซื้อมาทำ คือเส้นเรื่องอาตู่ (นพพล) เป็นสามีเรา แต่งงานปุ๊บ อยู่ดีๆ เขา เสียชีวิต ลูกสาวเขาไม่พอใจที่พ่อแต่งงานกับผู้หญิงที่อายุต่างกันเยอะมาก มาหลอกหรือเปล่า เพราะบ้านเขารวยมาก ทุกคนชี้มาที่เรา เพราะพอจดทะเบียนสมรสปุ๊บ เราก็ได้สมบัติครึ่งหนึ่งเลย เขาก็จ้องมาที่เรา แล้วจะบอกเขายังไงว่าเราไม่ได้ทำ หรือเราทำ”

“ที่สนุกกว่านั้น วันที่อาตู่เสียในโรงพยาบาล ตัวละครที่ก๊อต จิรายุ เล่น ก็เสียชีวิตเหมือนกัน และอยู่ห้องติดกัน ตอนอาตู่เสีย ทุกคนร้องไห้เสียใจ แต่ปรากฏก๊อตที่อยู่ห้องติดกัน กลับฟื้นขึ้นมา วิญญาณอาตู่เข้าไปอยู่ในร่างก๊อต ซึ่งก๊อตที่อาตู่อยู่ในร่างไม่รู้ว่าในบ้านเกิดอะไรขึ้น เขาอยากกลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว จะให้เป็นคนขับรถ หรือคนสวนก็ได้ แต่พอเข้ามาในบ้าน ทำให้เขาค่อยๆ รู้เรื่องคนนั้นคนนี้ เรื่องนี้สนุกมาก ต้องเล่นกับนักแสดงเยอะมาก ฟาดฟันแบบดราม่า แต่ดุเดือดมากค่ะ”

เรื่องนี้ต้องเป็นแม่เลี้ยงที่ขับเคี่ยวกับลูกเลี้ยงสาวด้วย?

คริส – “น้องบิ๊นท์ (สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์) เป็นลูกอาตู่ ต้องเจอแม่เลี้ยงที่วัยไม่ห่างจากเขามาก บิ๊นท์จะไม่ชอบคริส พอพ่อเสียปุ๊บ สมบัติก็เป็นของเราครึ่งนึง ของเขาครึ่งนึง เราเสมอกันแล้ว เราก็ไม่ยอมเขา มันส์ค่ะ ไฟไหม้คริสอีกแล้วค่ะ”

“การจะเล่นบทเผ็ดๆ แซ่บๆ ยังไงให้คนดูดูแล้วตบโซฟาแล้วหมั่นไส้ อันนั้นคืออรรถรสที่คริสอยากให้คนดูได้ ถ้าจะเล่นให้หมั่นไส้ ต้องทำให้หมั่นไส้ให้สุด ต้องทำให้ถึงพริกถึงขิง คนดูถึงจะมัน คริสก็พยายามนะ ทุกครั้งที่เล่นเสร็จจะถามผู้กำกับฯว่าหนูดูน่าตบหรือยัง เพราะเราอยากเซอร์วิสคนดู ทุกคนก็จะบอกว่าน่าแล้ว ถ้าไม่น่าตบเดี๋ยวเล่นใหม่ เพราะถ้าเราเล่นบทรตาให้คนดูดูแล้วรู้สึกว่าตัวละครน่าตบ เท่ากับว่าเราเล่นได้ดี เรื่องนี้เราเล่นให้ไฟไหม้อยู่แล้ว”

เลิฟซีนก็เผ็ด?

คริส – “เล่นเลิฟซีนมาหลายๆ เรื่อง ป่าน (คมกฤษณ์ ดวงสุวรรณ์) เป็นผู้ชายที่เล่น เลิฟซีนด้วยแล้วรู้สึกปลอดภัยที่สุด ภาพออกมาดูรุนแรงมาก แต่เขาไม่โดนตัวคริสเลยนะ ขอโทษทุกครั้งที่เล่น เราก็คุยกัน บอกทีเดียวไปเลยน้อง ให้ผ่านๆ ไป ซึ่งมันเป็นการแสดง แต่ปรากฏอันนี้ต้องถ่ายหลายครั้ง เพราะต้องถ่ายมุมใกล้ไกล เลยต้องหลายเทก เวลาเล่นกับป่านสมมติมุมใกล้ต้องโดน ก็โดนทีเดียวผ่าน แต่มุมไกลที่เห็นนัวเนีย ไม่โดนเลย แล้วมีฉากหนึ่งที่นัวเนียกันเอามือลูบกระโปรงคริสขึ้นมา นางยกกระโปรงคริสขึ้นมา แต่มือนางไม่โดนตัวคริสเลย ข้างบนก็ทำเหมือนยู่ยี่สุดๆ แต่ก็ไม่โดนอีก ขอบคุณป่านมากๆ ที่น่ารักและให้เกียรติผู้หญิง แต่สุดท้ายที่ต้องให้เห็นว่าโดน เขาก็ทำให้”

ตอนนี้นอกจากเป็นนักแสดงแล้ว ยังเป็นผู้บริหารท่านหนึ่ง งานค่ายเพลงเป็นอย่างไรบ้าง?

คริส – “สนุกค่ะ พอมาทำก็ต้องศึกษาเจาะลึก วงการนี้เต็มไปด้วยคนเก่ง ปีที่แล้วมีซิงเกิลออกมาทั้งหมด 5 พันซิงเกิล รวมทุกคนแล้วนะ แล้วเพลงหนึ่งจะดังมันยากมาก ฉะนั้นให้กำลังใจศิลปินและคนทำงานเพลง ขอให้อย่าเสียความเป็นตัวตน และให้แพสชั่นของตัวเองได้นำพาเพลงไปสู่หูของประชาชนมากที่สุด”

“ตัวคริสก็ให้กำลังใจตัวเองและศิลปินเราด้วย จะบอกศิลปินตลอดว่าเพลงจะดังไม่ดังไม่รู้ ต่อให้ทำเพลงที่แมสที่สุด ฟังง่ายที่สุด เพลงเราก็อาจจะไม่ดังก็ได้ หรือเพลงบางเพลง เขียน 5 นาที ทำทุกอย่างเสร็จไวมาก เพลงดัง คริสว่าบางครั้งอยู่ที่ดวงด้วย เพราะฉะนั้นทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพื่อไปสู่คนฟังให้มากที่สุด ที่สำคัญสำหรับศิลปิน เราต้องเห็นถนนก่อนว่าเราจะไปถนนไหน ก็ทำให้เต็มที่ในแบบของคุณ ฐานของคุณอาจจะไม่แมสมาก แฟนคลับอาจจะมีเป็นหลักพัน แต่เขาจะมั่นคงกับคุณ เพราะคุณมั่นคงกับสไตล์ตัวเอง อันนี้สำคัญมาก”

“ในฐานะผู้บริหาร คริสชอบคนที่มีคาแร็กเตอร์เป็นของตัวเอง และรู้ว่าตัวเองอยากได้อะไร อันนี้จะอยู่นาน ตอนนี้สิ่งที่เป็นตัวตนสำคัญที่สุด เชียร์คนแบบนี้”

ความรักสถานะหัวใจตอนนี้เป็นสีชมพูหรือยัง?

คริส – “สีชมพูตลอด จะมีใครหรือไม่มีใคร เราต้องหัวใจสีชมพู เพราะใครจะเข้าใครจะออก ชีวิตเราต้องเหมือนเดิม อย่าไปฝากความสุขของเราไว้กับใคร แม้กระทั่งคนแต่งงานกันแล้วด้วยซ้ำ เกิดและตายคนเดียวจริงๆ เราเปลี่ยนใครไม่ได้ เราแค่รับให้ได้กับสิ่งที่เขาเป็น แต่ถ้ารับไม่ได้ก็แยก จะไปทำให้เขาไม่มีความสุขทำไม เราก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน แล้วจะทนอยู่แบบไม่มีความสุขทำไม ตอนนี้คนแบบนี้เยอะ เขาถึงแยกทางกัน คนคิดว่าไม่อยากมีลูก อยากมีคนที่อยู่เคียงข้างเพื่อมีความสุขมากกว่า ซึ่งคริสคิดว่าคิดแบบนี้มันเริ่ด ถ้าถามคริสว่าตอนนี้ชีวิตสีชมพูหรือยัง สีชมพูตลอดค่ะ”

งั้นถามใหม่ มีคนคุยหรือยัง?

คริส – “ต้องมีสิ มีไปตลอดชีวิต คริสมีผู้ใหญ่ที่แยกทางกับสามี ตอนเขาอายุ 55 เขามีทุกอย่างแล้ว ชีวิตเขานิ่ง เงินก็มี ลูกก็โตแล้ว เขาเสียใจนะที่เลิกกับสามี อยู่กันมาตั้งนาน แต่ประเด็นคือเขาอยากกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อน ไปโน่นนี่ สุดท้ายผ่านไปปีเดียว เขามีแฟนแล้ว นี่คือเพื่อนแม่ แม่เลยบอกให้ลองไปคุยกับเขาว่าชีวิตเขามีความสุขไหม เขาจับ แขนคริส แล้วบอกว่าหนูไม่ต้องกลัวว่าจะโสด หรือต้องแต่งงาน ไม่ต้องแต่งก็ได้ เพราะทุกช่วงชีวิตของเราจะมีคนที่เป็นเหมือนเรา แล้วหาคนอยู่ด้วยเสมอ ทุกคนอยากมีความสุข ไม่ต้องกลัว ต่อให้อายุ 50 เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาคุย แต่แค่รูปแบบจะเปลี่ยนไป ฟังแล้วสบายสุดๆ”

เหมือนเราไม่หวังเรื่องแต่งงาน?

คริส – “คริสไม่คิดเรื่องแต่งงาน แต่ตอนนี้คิดเรื่องไม่อยากมีลูกก่อน เพราะกว่าจะท้อง แล้วสมัยนี้ท้องยาก ต้องไปทำอีก มันเหนื่อยอ่ะ (หัวเราะ) ซึ่งเราไม่รู้อนาคตอะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่อยากมีห่วง เลยคิดว่าไม่อยากมีลูกจะทำยังไง งั้นก็ไม่ต้องแต่งงาน คนรักกันก็คือรักกันเฉยๆ หรือถ้ามีงานแต่งก็ได้ คริสไม่รู้อนาคต แต่ส่วนลูกคิดแล้วว่าคงไม่น่ามี เพราะโลกสมัยนี้ไม่ได้เลี้ยงง่าย”

เป็นคนที่มีความคิดในเรื่องความรักแง่บวกตลอด?

คริส – “ชีวิตคนเราต้องเคยอกหักปางตายสักครั้งหนึ่ง อกหักแบบตื่นขึ้นมารู้สึกกินข้าวไม่ลง ขับรถไปเพลงเศร้ามาก็ร้องไห้ ไปเที่ยวกับเพื่อน เพื่อนเล่าเรื่องมันมาก แต่มาที่เรานั่งหั่นกุ้งไม่ขาด สักที อย่างเงี้ย เคยเป็นมาหมดแล้วค่ะ อันนี้แนะนำ ลองรักใครจัดๆ สักครั้งในชีวิต แล้วอกหัก แล้วคิดว่าให้มันอกหักไปเลย ให้ปางตายไปเลย มันจะเป็นครั้งเดียวของคุณ แล้วคุณจะไม่เจ็บแบบนั้นอีกแล้ว”

เพราะหลังจากนั้นเราจะรักตัวเองที่สุด ถูกไหม?

คริส – “เพราะเราจะอัพเลเวลขึ้นเรื่อยๆ เราจะเรียนรู้กับมันไปเรื่อยๆ แต่ถ้าคุณไม่เคยเจ็บแบบสุดๆ จะไม่เข้าใจ”

เคยมีแล้วกี่ครั้ง?

คริส – “หนึ่งครั้ง อกหักครั้งแรกไม่เท่าไหร่ เพราะมันเด็ก มันขึ้นอยู่กับความ คาดหวัง บางทีคาดหวังเยอะ หรือเป็นแฟนกันนานมาก หรือชีวิตเราไปผูกติดกับคุณมาก ก็คือความคาดหวังของเรา ถ้าคาดหวังเยอะจะโหดสุด เพราะจะไม่เป็นแบบที่เราคาดหวัง สุดท้ายแล้วตอนอกหักเราต้องคิดนะว่าเราอกหักจากผู้ชายคนนี้ หรืออกหักจากสิ่งที่เราคาดหวัง แล้วไม่เป็นอย่างที่หวัง”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน