พักจากเดินสายพบปะผู้นำ ร่วมเวทีการประชุมโลก ที่เพิ่งเสร็จสิ้น ไปกลางพ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ก็เดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้
ไปพร้อมกับการเดินสายต่างจังหวัด รับฟังปัญหาอุปสรรค โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการหารือกับประเทศ เพื่อนบ้าน เพื่อกระตุ้นการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ตามแนวชายแดน
ไล่เปิดเจรจา กระชับความสัมพันธ์ตั้งแต่ระดับมหาอำนาจ ผู้นำชาติตะวันตก เอเชีย และอาเซียน จนถึงประเทศเพื่อนบ้าน
ล่าสุด ลงพื้นที่จ.สระแก้ว ก่อนปฏิบัติภารกิจนายกฯ นำคณะแวะกินมื้อเที่ยงที่บ้านวัฒนานคร และรับฟังบรรยายสรุป ถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของ จ.สระแก้ว จากสส. จากนั้นนำคณะไปปฏิบัติภารกิจ 3 จุด
1.ติดตามความคืบหน้าพื้นที่ก่อสร้างอาคาร CIQ ของกรมศุลกากร ที่สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ รองรับการเปิดใช้สะพานมิตรภาพฯ เพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าข้ามแดน และลดความแออัดของจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก
เนื่องจากการก่อสร้างสะพานข้ามแดนล่าช้า ผู้รับเหมารายเดิมผิดสัญญา ต้องหารายใหม่มารับงาน ซึ่งนายกฯสั่งกรมศุลกากรเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 400 วัน และกำชับนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เร่งรัดการสร้างสะพาน และอาคารจุดแดนให้แล้วเสร็จพร้อมกัน พร้อมมอบนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ดูรายละเอียดเรื่องค่าธรรมเนียม ผ่านทาง หากฝั่งไทยไม่เก็บเช่นเดียวกับกัมพูชาทำได้หรือไม่
2.รับฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าการปฏิบัติงานจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ที่ศูนย์ราชการสะดวก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ที่มีคนเข้าออกปีละกว่า 10 ล้านคน

ผลักดันให้จ.สระแก้ว เป็นศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส เพื่ออำนวยความสะดวกทั้งการขนส่ง การค้า แต่ยังขาดอุปกรณ์ซอฟต์แวร์และต้องใช้เทคโนโลยี เพื่อเอื้อให้การเข้าออกของทั้งสองฝั่งสะดวกต่อการค้าขาย และมอบศุลกากรไปพิจารณาดูต้นแบบ ที่จ.หนองคาย และนำมาปรับใช้
ส่วนแนวคิดจัดตั้งกงสุลไทยที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศ กัมพูชา และตั้งศูนย์กลางการทำพาสปอร์ตบริเวณตลาดโรงเกลือ ให้หน่วยงานพื้นที่ประสานกระทรวงการต่างประเทศทำได้ หรือไม่
นายกฯ ยังนำคณะเดินไปที่สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา พูดคุยกับ นายอุม เรียแตร็ย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย เรื่องการเข้าออกและประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับการตรวจคน เข้าเมือง ขอให้ช่วยกันอำนวยความสะดวกเพื่อการค้าขาย
ซึ่งผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย ขานรับนโยบายจากนายกฯ กัมพูชาเร่งดำเนินการอนุญาตให้ชาวสระแก้วถือบอร์ดดิ้งพาสผ่านไปถึงเสียมเรียบได้
3.ตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว
นายกฯ มองว่า จ.สระแก้ว มีศักยภาพสูง การขนส่งสามารถส่งต่อไปท่าเรือแหลมฉบังได้ภายใน 2 ชั่วโมง การบริหารจัดการน้ำก็ทำได้ดีพอสมควร ทำให้มีนักลงทุนสนใจ จึงมอบเลขาธิการบีโอไอพิจารณาขยายขอบเขตการลงทุนที่ จ.สระแก้ว ให้ต่อเนื่องจากจ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา รวมถึงกรณีพื้นที่นิคม หลายร้อยไร่ที่ยังไม่มีผู้เช่าเพราะราคาแพง
จากนั้นวันที่ 27 พ.ย. นายกฯ ต้อนรับ ดะโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ในโอกาสการเยือนเพื่อเจรจาการทำงาน ที่ สำนักงานด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา
เป็นการหารือต่อยอดผลการเยือนมาเลเซียของนายกฯ เมื่อ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะความร่วมมือเพื่อพัฒนาชายแดนไทย-มาเลเซีย และไปสำรวจจุดเชื่อมถนน เพื่อเชื่อมด่านสะเดา กับด่านบูกิตกายูฮิตัมของมาเลเซีย

การหารือสองฝ่ายเห็นพ้องให้จัดตั้งคณะทำงาน โดยไทย ได้จัดตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน 1) การค้าและการค้าชายแดน 2) การท่องเที่ยว 3) การเกษตร 4) ความมั่นคง
ด้านการค้า ผู้นำสองฝ่ายมุ่งมั่นผลักดันการค้าและการลงทุนให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งนายเศรษฐา เสนอแนวทางเพิ่มพูนการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
1.ขอให้มาเลเซียเป็นเจ้าภาพประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commission : JTC) ในระดับรัฐมนตรีพาณิชย์ เพื่อเป็นเวทีแก้ไขปัญหาที่ยังค้างระหว่างกัน
2.ขอให้มาเลเซียช่วยเร่งรัดบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างไทย-มาเลเซีย โดยที่ด่านสะเดา มาเลเซียจะเร่งดำเนินการเพื่อให้เปิดใช้งาน ตามที่หอการค้าที่อยู่ชายแดนให้เร่งติดตาม
3.ให้ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหอการค้าระดับท้องถิ่นของทั้งไทยและมาเลเซีย เพื่อวางแผนร่วมกันในการเพิ่มมูลค่าการค้า การท่องเที่ยว และการพัฒนาบริเวณชายแดน
ด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาไทยมาก เป็นอันดับหนึ่ง รัฐบาลได้ยกเว้นการยื่นแบบฟอร์ม ตม.6 ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ชั่วคราว 1 พ.ย. 2566 ถึง 31 เม.ย. 2567 จะช่วยให้การการเข้า-ออกไทยของนักท่องเที่ยวมาเลเซียสะดวกมากขึ้น
แต่ปัญหาที่นักท่องเที่ยวไทยพบ คือ ระบบคมนาคมขนส่งและการเดินทางในฝั่งมาเลเซียไม่เพียงพอ จึงหวังว่าเอ็มโอยูว่าด้วยการขนส่งผู้โดยสารข้ามพรมแดน จะเสร็จสมบูรณ์ได้ในเวลาอันใกล้ และไทยยังมีการเข้าถึงที่จำกัด จึงขอให้มาเลเซีย ช่วยพิจารณาอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวไทย
ด้านการเกษตร รัฐบาลไทยมีแผนจัดตั้ง “กรมฮาลาล” ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของมาเลเซีย เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางด้านอาหารฮาลาล รวมถึงการกำหนดมาตรฐานและความถูกต้องของสินค้าและอาหารฮาลาล ซึ่งมาเลเซียพร้อมร่วมมือ
ด้านความมั่นคงชายแดน สองฝ่ายมุ่งมั่นแก้ปัญหาการค้า สัตว์ป่าเถื่อน ฝ่ายไทยมอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานของไทยและมาเลเซีย
ทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือต่อสู้กับการลักลอบค้าสัตว์ป่า ดำเนินการอย่างเข้มข้น หยุดการลักลอบให้ได้ภายใน ก.พ. 2567
ด้านโครงการก่อสร้างเชื่อมโยงชายแดน สองฝ่ายมุ่งหวัง ให้มีโครงการเชื่อมโยงตามแนวชายแดนเพื่อส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยว ทั้งในส่วน 1) ถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัมของมาเลเซีย และ 2) สะพานสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กับ รันเตาปันจัง แห่งที่ 2 รัฐกลันตัน ซึ่งตกลงแล้วในหลักการ โดยมาเลเซียจะเร่งรัดการก่อสร้างถนนฝั่งมาเลเซีย
เป็นการเดินหน้าภารกิจเชิงรุกเพื่อกระตุ้นการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวชายแดนของไทย