วันเสาร์ที่ 2 ธ.ค. 2566 น้อมรำลึกครบรอบ 102 ปี ชาตกาล “หลวงพ่อผวน ปิยธโร” อดีตเจ้าอาวาสวัด ลาดบัวหอม ต.บ้านกุ่ม อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พระเกจิชื่อดังที่มีวัตรปฏิบัติดีมีชื่อเสียงโด่งดังในเขตเมืองสุพรรณบุรี
เกิดในสกุล ณะกลองดี เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2464 ที่บ้านช้าง ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายกวยและนางจีบ ครอบครัวอาชีพทำนา แต่มีฐานะพอสมควรทำให้มีโอกาสเรียนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2476
ในสมัยนั้นถือว่าสูงกว่าภาคบังคับ ขั้นหนึ่ง สามารถเข้ารับราชการเป็นครูประชาบาลได้ ท่านจึงได้รับการบรรจุ ไปรับราชครูที่โรงเรียนวัดท่าไชย อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี
พระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินันโท) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี และ เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ ซึ่งมีชาติภูมิเป็นคนบ้านท่าไชย เล่าถึงครูผวนว่า “จำได้ทั้งชื่อ นามสกุลและรูปร่าง ครูผวน ณะกลองดี สอนพวกพี่ชายฉันมา พอฉันเริ่มเข้าเรียน ครูผวนโดนเกณฑ์ทหารเข้ากรมกองเสียก่อน”
แม้ท่านเจ้าคุณสอิ้งจะมีฐานะเป็น ผู้ปกครอง แต่ก็ให้ความเคารพนับถือ หลวงพ่อผวน ในฐานะที่เคยเป็นครูที่โรงเรียนบ้านท่าไชยมาก่อน
หลวงพ่อผวนเคยบอกเล่าว่า ครูสมัยนั้น ต้องเกณฑ์ทหาร ไม่ได้รับการยกเว้นเช่นยุคหลัง และเมื่อท่านเข้ารับราชการทหารพอดีเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงต้องรับใช้ชาติอยู่ถึง 5 ปี เมื่อสงครามสงบจึงได้ปลดประจำการ และอุปสมบทเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2490 ที่พัทธสีมาวัดไชนาราษฎร์ ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง โดยมีเจ้าอธิการลอย วัดไชนาราษฎร์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์แถว วัดท่าข้าม และพระมหาสนิท วัดไชนาราษฎร์ เป็นคู่สวด
อยู่จำพรรษาที่วัดรางบัวทอง (วัดบ้านกุ่ม) ท่องเจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน และเรียนพระปริยัติธรรมด้วยความหมั่นเพียร
ในพรรษาแรก ท่านสอบได้นักธรรม ชั้นตรี ขณะกำลังเรียนนักธรรมชั้นโท หลวงพ่อผวน อ่านตำราประกอบการอธิบายวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม พบเรื่องที่ทำให้ท่าน มั่นใจในวิถีแห่งการปฏิบัติธรรมและตกลงใจที่จะยึดมั่นเป็นสรณะของชีวิตตลอดไป
นั่น…คือคำอธิบายของพระพุทธองค์เรื่อง กลิ่นแห่งศีล มีใจความ ดังนี้ ….
“ที่พึ่งอันประเสริฐในศาสนานี้ก็ คือ ศีล ซึ่งใครๆ ไม่อาจกล่าวพรรณนาอานิสงส์ให้หมดสิ้นได้ แม่น้ำใหญ่และน้ำใดๆ ก็ตามไม่อาจชำระมลทินของสัตว์ในโลกนี้ สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถให้ความเร่าร้อนภายในสงบลงได้ ศีลต่างหากเล่าสามารถช่วยให้บุคคลสงบเยือกเย็น”
“กลิ่นอะไรเล่าจะหอมเสมอด้วยกลิ่นแห่งศีล ซึ่งสามารถฟุ้งไปได้ทั้งตามลมและทวนลม บันไดที่จะก้าวไปสู่ประตูสวรรค์และเข้าไปสู่นครคือนิพพาน เสมอด้วยบันไดคือศีลเป็นไม่มี พระราชาผู้ประดับด้วยมุกดามณีก็ยังไม่สง่างามเหมือนนักพรต ผู้ประดับด้วยอาภรณ์ คือ ศีล ศีลนี้คอยกำจัดภัย คือ การติเตียนตนเองออกเสีย แล้วก่อให้เกิดความเอิบอิ่มร่าเริง เป็นเค้าแห่งคุณความดีทุกชนิด”
คำอธิบายอันงดงามเกี่ยวกับคุณแห่งศีลดังกล่าว นอกจากทำให้หลวงพ่อผวนสอบได้นักธรรมชั้นโทในปีนั้นแล้ว ยังเป็นดุจเข็มทิศในชีวิตสมณเพศของท่านอีกด้วย

พ.ศ.2497 รับนิมนต์ให้มาช่วยสร้างอุโบสถวัดลาดบัวหอม และรักษาการเจ้าอาวาสในปี พ.ศ.2502 เป็นเจ้าอาวาสในอีกสองปีต่อมา
หลวงพ่อผวน มีโอกาสพบปะสนทนาธรรมกับหลวงพ่อผึ่ง วัดสองพี่น้อง, หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก, หลวงพ่อชุน วัดบางสาม, หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว ซึ่งเป็นพระเกจิชื่อดังของ อ.สองพี่น้อง ในยุคนั้น
หลวงพ่อผวน พัฒนาวัดลาดบัวหอม จนมีความเจริญ สมบูรณ์พร้อมด้วยอาคาร ศาสนสถาน ปกครองพระสงฆ์สามเณร ให้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีระเบียบ จนเป็นที่ยกย่องเป็นแบบอย่างของวัดทั่วไป
พ.ศ.2520 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูโกมุทสุคนธศีล
หลวงพ่อผวนได้จัดสร้างวัตถุมงคลของท่านในวาระต่างๆ เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ศิษยานุศิษย์ อาทิ เหรียญรุ่นแรกปี พ.ศ.2498 เป็นรูปพระพุทธ งานผูกพัทธสีมา เหรียญรูปเหมือนรุ่น 1 สร้าง ปีพ.ศ.2531 ในคราวทำบุญอายุ 67 ปี เหรียญรุ่น 2 สร้างปี พ.ศ.2535 งานทำบุญวันเกิด เหรียญรุ่น 3 สร้าง พ.ศ.2543 งานทำบุญอายุ 80 เหรียญรุ่นสี่ สร้าง ปีพ.ศ.2550 งานทำบุญอายุ 87 รุ่นพิเศษเป็นล็อกเกตใหญ่-เล็ก เป็นต้น
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2558 มรณภาพอย่างสงบ สิริ อายุ 94 ปี พรรษา 68 ที่โรงพยาบาล สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 หลังจาก ที่เข้ารักษาตัวตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.2558 ด้วยโรคชราและโรคประจำตัว
สร้างความอาลัยแก่คณะศิษย์เป็นอย่างยิ่ง