เอเอฟพีรายงานวันที่ 1 ธ.ค. ว่า กองทัพอิสราเอลหวนสู้รบในพื้นที่ฉนวนกาซ่าอีกครั้งหลังข้อตกลงหย่าศึกวันที่เจ็ด สิ้นสุดลงเมื่อช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น “ฮามาสฝ่าฝืนข้อตกลงพักรบชั่วคราวและยิงไปยังดินแดนอิสราเอล กองกำลังป้องกันอิสราเอลจึงกลับมาต่อสู้กับองค์กรก่อการร้ายฮามาสในฉนวนกาซ่าอีกครั้ง” การประกาศดังกล่าวมีขึ้นไม่นานหลังจากอิสราเอลกล่าวว่าได้สกัดกั้นจรวดที่ยิงจากกาซ่า ด้านผู้สื่อข่าวระบุว่าเครื่องบินของอิสราเอลโจมตีหลายครั้ง รวมถึงมีการยิงปืนใหญ่ในกาซ่าด้วย

นายแอนโทนี่ บลิงเคน รมว.ต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวหลังประชุมกับผู้นำหลายประเทศที่อิสราเอลเพื่อแก้วิกฤตนองเลือดในกาซ่าว่า “ต้องการเห็นกระบวนการนี้ดำเนินต่อไป เราต้องการวันที่แปด และวันต่อๆ ไป อิสราเอลต้องจัดทำแผนคุ้มครองพลเรือนด้านมนุษยธรรมเพื่อลดการบาดเจ็บล้มตายของชาวปาเลสไตน์ ผู้บริสุทธิ์ให้เหลือน้อยที่สุด”

ก่อนหน้านี้อิสราเอลปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ 30 คน เมื่อค่ำวันที่ 30 พ.ย. ในจำนวนนี้เป็นผู้เยาว์ 23 คน และผู้หญิง 7 คน ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากฮามาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล 8 คน โดย 2 คนเป็นบุคคลสองสัญชาติ ฝรั่งเศส-อิสราเอล แม้จะน้อยกว่าตัวประกัน 10 คนตามข้อตกลง แต่กาตาร์ซึ่งเป็นคนกลางการเจรจาระบุว่าชาวรัสเซีย-อิสราเอลอีก 2 คนที่ฮามาสปล่อยเพิ่ม เมื่อค่ำวันพุธที่ 29 พ.ย. รวมอยู่ในกลุ่มตัวประกันที่ได้รับอิสระในวันที่ 30 พ.ย. และทำให้ตัวเลขครบ 10 คนตามข้อตกลง

ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มข้อตกลงหย่าศึกฮามาสปล่อยตัวประกันแล้ว 110 คน เป็นชาวอิสราเอล 80 คน และมีชาวต่างชาติที่ได้รับการปล่อยตัวแยกจากข้อตกลงอีก 30 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาวไทย ขณะที่นักโทษชาวปาเลสไตน์ได้รับอิสระแล้ว 240 คน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน