ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “บันทึก นึกอร่อย” ตำราอาหารจากประสบการณ์และการจดบันทึกของท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล
อันเป็น “ต้นเครื่องในหลวงรัชกาลที่ 9” ที่รวบรวมจัดพิมพ์และนำมาเผยแพร่เป็นครั้งแรก
จัดขึ้น ณ บ้านสุริยาศัย ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพมหานคร มีนางภัทราวรรณ พูลทวีเกียรติ์ บรรณาธิการอำนวยการ และ ผู้อำนวยการ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวด้วย
“คุณแม่ของคุณสุเมธคือท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล รู้จักกับคนในวังดี เช่น ท่านผู้หญิงเจือทอง (อุรัสยะนันทน์) แม้แต่ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ (บุนนาค) และทุกคนก็ทราบว่าคุณหญิงประสานสุขเป็นคนที่มีความสามารถในการปรุงอาหาร ตอนนั้นหัวหน้าห้องเครื่องซึ่งสมัยนั้นคุณหญิงติ๋วก็ถึงแก่กรรมไป ทุกคนก็เชิญคุณหญิงประสานสุข ซึ่งท่านก็ไม่แน่ใจว่าจะทำอาหารแบบในวังได้ดี แต่ท่านก็มา ท่านผู้หญิงก็ตั้งใจศึกษา ซึ่งรวบรวมตำราอาหารเขียนไว้มากมายทั้งของตัวเองและไปศึกษาทางวังต่างๆ”

ความข้างต้น เป็นพระราชดำรัสสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยรับสั่งถึงท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล มารดาของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาเอาไว้
เนื่องจากพระองค์ทรงดำรงสถานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดทำตำราอาหารของท่านผู้หญิงประสานสุข เพื่อรักษาคุณค่าทางภูมิปัญญาของอาหารไทยซึ่งนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน อีกทั้งสูตรอาหารแบบดั้งเดิมนับวันได้ถูกปรับเปลี่ยนไปมากตามยุคสมัยและทรงเกรงว่าจะสูญหาย การจัดทำหนังสือชุดนี้จะได้นำเสนอเรื่องราวรวมถึงสูตรการทำอาหารและเกร็ดความรู้อันทรงคุณค่า โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานคำนิยมและพระราชทานชื่อหนังสือว่า “บันทึก นึกอร่อย”
ท่านผู้หญิงประสานสุขเคยถวายการรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทในฐานะต้นเครื่องไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยทำหน้าที่จัดเตรียมพระกระยาหารไทย ประจำพระตำหนักจิตรลดารโหฐานยาวนานกว่า 40 ปี

ดร.สุเมธเล่าถึงผู้เป็นแม่ว่า “ครั้งหนึ่งแม่ได้มาบอกว่าแม่ต้องเข้าวังแล้ว เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้คนมาเชิญแม่ให้เข้าไปเป็นต้นเครื่องในวัง ซึ่งแม่ปฏิเสธไปถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งที่ 3 ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้นได้มารับด้วยตัวเองจึงต้องไป แม่บอกว่าไม่มีความรู้เรื่องโภชนาการ ทำไม่เป็น แต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีรับสั่งว่า ไม่เป็นฉันจะให้เป็น”
“จากนั้นท่านผู้หญิงประสานสุขจะถูกสั่งไปเรียนกับวังต่างๆ อาทิ วังคลองเตย วังวรดิศ วังสระปทุม รวมทั้งศึกษาจากตำราของผู้ที่เป็นปูชนียบุคคลด้านการทำอาหาร เช่น หม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ดิศกุล ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และคิดค้นสูตรอาหารด้วยตนเอง เมื่อผมไปเรียนอยู่ลอนดอนได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้รับสั่งกับผมว่า ขอบใจที่แม่มาปรุงอาหารให้ และบอกว่าคุณแม่ “อดทน อยู่ได้ ทำได้” ผมจึงได้สบายใจว่าแม่ทำได้ และเป็นต้นเครื่องยาวนานมากว่า 40 ปี นอกจากปรุงอาหารแล้วแม่ต้องเทียบเครื่อง (ชิมอาหารก่อนนำถวายเป็นเครื่องเสวย) ในทุกมื้อด้วยตนเองด้วย แม่เป็นคนบูชาครู ชื่อเมนูอาหารของแม่มักจะต่อท้ายด้วยชื่อวัง หรือบุคคลที่สอนแม่ทำเมนูนั้นๆ เสมอ” ดร.สุเมธกล่าว

นางภัทราวรรณ พูลทวีเกียรติ์ บรรณาธิการอำนวยการ และผู้อำนวยการบริษัท อมรินทร์คอร์ เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครั้งแรกที่ได้รับตำราท่านผู้หญิงประสานสุขมานั้น เป็นสมุดโน้ตเขียนด้วยลายมือ เราต้องทะนุถนอมมากๆ เพราะเป็น กระดาษอายุหลายสิบปี จดสูตรอาหารด้วยปากกา เป็นสูตรอาหารคร่าวๆ บอกเป็นหยิบมือไม่มีการชั่งตวงวัด ทำให้รู้ว่าท่านต้องแม่นยำในการทำอาหารมาก นอกจากเป็นตัวหนังสือแล้ว ท่านยังได้สเกตช์ภาพอาหารเอาไว้ ออกแบบดีไซน์จานอาหาร ว่าอะไรควรจัดวางอยู่ส่วนไหนของจาน นอกจากสูตรเมนูอาหารแล้ว ท่านผู้หญิงประสานสุขยังได้บันทึกเมนูพระกระยาหารประจำวัน เครื่องเช้า กลางวัน ค่ำ และเครื่องพิเศษเอาไว้อย่างละเอียด ทำให้เราได้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสวยพระกระยาหารด้วยเมนูเรียบง่ายเหมือนบุคคลทั่วไป แต่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ
“ชื่อหนังสือ “บันทึก นึกอร่อย” ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้มาจากที่รับสั่งว่าเมื่อนึกถึงอาหารที่ท่านผู้หญิงประสานสุขปรุงก็นึกถึงแต่ของอร่อย ทั้งยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานคำนิยมในหนังสือเล่มนี้ด้วย” นางภัทราวรรณกล่าว

รูปแบบหนังสือที่จัดทำนี้ได้จัดวางรูปเล่มเสมือนสมุดบันทึกของท่านผู้หญิงประสานสุข ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวและสูตรพระกระยาหาร รวมถึงสูตรอาหารอื่นๆ โดยจัดทำเป็นชุดหนังสือบรรจุในกล่องกระดาษแข็งจัดทำพิเศษ ประกอบด้วยหนังสือจำนวน 4 เล่ม แบ่งตามประเภทของอาหาร ดังนี้
เล่ม 1 “กับข้าว กับปลา” นำเสนอวัฒนธรรมอาหารชาววัง เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับอาหารชาววัง ความเชื่อมโยง และการประยุกต์กับวัตถุดิบท้องถิ่น สอดแทรกเกร็ดความรู้และเคล็ดลับตามที่ท่านผู้หญิงประสานสุขบันทึกไว้
เล่ม 2 “ต้มยำ ทำแกง” เรื่องราวของแกง ต้มยำ และยำต่างๆ ที่เป็นดั่งงานศิลป์ ในการผสมผสานสมุนไพรไทยหลากหลายชนิดได้เป็นเมนูอาหารที่มีรสชาติอันวิจิตร
เล่ม 3 “จานข้าว จานเส้น” สูตรอาหารจานเดียว ทั้งของไทย จีน ฝรั่ง เรื่องราวข้าวผัดไกลกังวล และเรื่องเล่าของเมนูขนมจีนกับน้ำยาต่างๆ
เล่ม 4 “ของว่าง ของหวาน” เทคนิคการปรุงของหวานทั้งตำรับไทยและต่างชาติ สอดแทรกประวัติความเป็นมาที่น่าประทับใจ

การนี้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้เป็นผู้สนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือ โดยมีบริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบการจัดวางเนื้อหา และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ถ่ายภาพประกอบหนังสือ รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
หนังสือ “บันทึก นึกอร่อย” จะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ในราคาชุดละ 1,500 บาท โดยจำหน่ายผ่านสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
ทั้งนี้ หากสั่งซื้อจำนวน 200 ชุดขึ้นไปสามารถจัดพิมพ์โลโก้หรือชื่อของหน่วยงาน องค์กร หรือกลุ่มธุรกิจบนกล่องหนังสือได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โทร. 0-2447-8585-8 ต่อ 103