มีเสียงตอบรับไม่น้อย ภายหลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ชุดใหม่
โดยมอบหมาย นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรักษาการเลขาธิการ สมช.เป็นหัวหน้าคณะ
ถือเป็นพลเรือนคนแรกที่ขึ้นนั่งตำแหน่งนี้
ในความเห็นของนักวิชาการที่คลุกคลีปัญหา สว.และสส.พื้นที่ มองอย่างไร
‘ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี
อาจารย์สถาบันสันติศึกษา ม.อ.
กมธ.ศึกษาแนวทางการสร้างสันติภาพฯ
เป็นการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยที่เป็นพลเรือนคนแรก ที่ผ่านมามักมองในแง่ทหารใกล้ชิดและเข้าใจเรื่องกองกำลัง การเจรจาต่อรอง แต่อีกด้านหนึ่งเป็นเรื่องของการพูดคุย กระบวนการทางวิชาการ เทคนิค ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจที่เป็นหลักสากล มีกระบวนการหลายอย่างซับซ้อนที่ปกติเป็นงานของฝ่ายพลเรือนมากกว่า
นายฉัตรชัย อยู่ในคณะพูดคุยหลายปีมาแล้ว ร่วมในกระบวนการเบื้องหลัง สัมผัสพื้นที่และมีประสบการณ์ เป็นตัวแทนสมช.ในการทำงานธุรการ หรือการประสานงานในพื้นที่ จึงเข้าใจประเด็นต่างๆ ที่ผ่านมามีข้อตกลงอะไร มีเงื่อนไขต่างๆอย่างไร
แต่จุดอ่อนคือ นายฉัตรชัย เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของ สมช. ทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายทหาร ฝ่ายความมั่นคง จนเข้าใจความคิด ความรู้สึกหรือแนวคิดของทหารดี ทำให้ยอมรับโดยไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ปฏิเสธสิ่งที่ทหารทำ ไม่กล้าก้าวข้ามบางอย่างในข้อจำกัดของทหาร ไม่กล้าชน ทั้งที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีกระบวนการต่างๆที่ดีมาก
การตั้งพลเรือนมานั่งหัวหน้าคณะพูดคุยก็หวังเรื่องภาพลักษณ์ การพูดคุยเมื่อฝ่ายพลเรือนำดูประนีประนอม เข้าอกเข้าใจความรู้สึกของประชาชนรากหญ้า ภาคประชาสังคม ซึ่งสอดคล้องภารกิจการพูดคุย
การดึงเลขาฯ ศอ.บต.กลับมาร่วมคณะพูดคุยก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเป็นหน่วยงานพลเรือนในพื้นที่มีความสำคัญ ประสานงานการแก้ปัญหาทั้งกับประชาชน ภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา และการให้ความยุติธรรม การเยียวยา เป็นบทบาทโดยตรงกับการเข้าไปเจรจร
ส่วนการตัด กอ.รมน.ส่วนกลาง แต่โครงสร้างใหม่ก็ยังให้มีผู้แทนจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า บทบาทของพลเรือนมีมากขึ้น บทบาทของ กอ.รมน.ส่วนหน้าก็มากเช่นกัน และดูเหมือน กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า อาจยังทำงานด้านการประสานงานในพื้นที่ต่อ จึงน่าจะเป็นการประนีประนอม
คณะพูดคุยชุดนี้มองจากกรอบเดิมไม่ได้เปลี่ยนอะไร มีเพียงตัวบุคคลเปลี่ยนหัวหน้าคณะเป็นพลเรือนที่มาจากสมช. มี ศอ.บต.เข้ามา ตัดหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงออกไป
ยังมองว่าภายในเวลา 2566-2567 ราวๆนี้ น่าจะมีผลสัมฤทธิ์บางอย่าง มีความคืบหน้าบางอย่างเกิดขึ้น
นอกจากนี้ กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร หรือ กมธ.ศึกษาแนวทางการสร้างสันติภาพฯ ที่มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นประธาน ร่วมด้วยนักการเมืองในพื้นที่ ภาคประชาสังคม เชื่อว่ากมธ.ชุดนี้จะมีบทบาทสำคัญที่มีส่วนช่วยผลักดัน ขับเคลื่อนการพูดคุย
กมธ.ชุดดังกล่าวจะเป็นเสมือนมอนิเตอร์ติดตาม เสนอแนะเมื่อเกิดการติดขัด ให้การพูดคุยเกิดความคืบหน้า และดำเนินไปอย่างเข็มแข็ง

กัณวีร์ สืบแสง
เลขาธิการพรรคเป็นธรรม
คณะเจรจาสันติสุขชุดใหม่ที่ตั้งขึ้นถือว่าดี เพราะเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่มีพลเรือนซึ่งเป็นลูกหม้อ สมช. ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย
ประกอบกับคณะพูดคุยได้ลด 3 องค์ประกอบออกไป คือ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สันติบาล และกอ.รมน.ส่วนกลาง ทำให้ตัวคณะพูดคุยเริ่มมีภาพที่เบาลง กลายเป็นพลเรือนเข้ามาอยู่ในคณะเป็นส่วนใหญ่
แม้ยังมีเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ อยู่ด้วย แต่ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ที่นำคนที่มีความรู้เรื่องความมั่นคงเข้ามา เรื่องความมั่นคงไม่ได้หมายความถึงเฉพาะทหารหรือตำรวจ แต่หมายรวมถึงเรื่องความยุติธรรม การต่างประเทศและเศรษฐกิจด้วย
แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังต้องรอดูคือรัฐบาลจะมอบดาบอาญาสิทธิ์มากขนาดไหนให้คณะพูดคุย เมื่อไปพูดคุยเสร็จแล้วจะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือไม่
กังวลอย่างเดียวว่าจะเหมือนเดิม ที่แม้ว่าจะให้คณะพูดคุยดำเนินการพูดคุยแต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ โดยที่ต้องกลับมาสอบถามทางนายกฯ ว่าทำสิ่งใดได้หรือไม่ได้ ถือเป็นการบ้านโจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาลเองว่าจะมอบอำนาจมากน้อยแค่ไหนอย่างไรให้คณะพูดคุย
มีข้อเสนอหลายครั้งว่าการพูดคุยที่จะตกผลึกได้ จำเป็นต้องนำภาคประชาชนและภาคประชาชนในพื้นที่และได้รับผลกระทบจริงๆเข้าร่วมด้วย เพราะเขาจะบอกได้ว่าต้องการอะไร เพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบมาอย่างยาวนาน
เขาต้องการสันติภาพจริงๆ แล้วสันติภาพที่เขาอยากเห็นหน้าตาเป็นอย่างไร อยากให้มีอะไรบ้างนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และเชื่อว่าหากมีภาคประชาชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมด้วยจะทำให้การพูดคุยดีขึ้น
นอกจากนี้ เมื่อพูดคุยกันเสร็จจำเป็นอย่างยิ่งต้องเข้ามาพูดคุยในประเทศไทย เพื่อประชาชนจะได้รับทราบด้วยว่าพวกคุณพูดอะไรกัน ถือเป็นนัยยะสำคัญ รัฐบาลต้องออกกฏหมายหรือพ.ร.ก. ป้องกันคนที่เข้ามาพูดคุย โดยไม่ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
การตั้งพลเรือนเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยคิดว่าช่วยปรับภาพลักษณ์ได้ทันที ทำให้ภาพดูเบาลง เพราะไม่เคยเห็นการเจรจาใดที่นำทหารไปคุยกับทหารแล้วจะเกิดการเจรจาที่ยั่งยืน จะเกิดสันติภาพอย่างยั่งยืนได้คือนำพลเรือน ภาคประชาชน และภาคประชาสังคมเข้าไปพูดคุยน่าจะถูกต้อง
แต่โจทย์นี้ยังไม่จบแค่การตั้งคณะพูดคุย ต้องดูในเนื้อหาสาระด้วยว่าจะไปพูดคุยเรื่องอะไร และกรอบการพูดคุยนั้นรัฐบาลอยากจะเห็นอะไร ที่สำคัญอีกอย่างที่ผมพูดมาตลอด คือการกระจายอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน ที่ควรต้องเป็นวาระในการพูดคุยด้วย
ซากีย์ พิทักษ์คุมพล
สมาชิกวุฒิสภา
อดีตอาจารย์สถาบันสันติศึกษา ม.อ.
การตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยที่เป็นพลเรือนแน่นอนว่าทำให้ดูเบาลง แต่จะซอฟต์ลงจริงหรือไม่ต้องดูที่ความตั้งใจของรัฐบาลจะทำให้เป็นรูปธรรมได้มากแค่ไหน ต้องดูวิธีปฏิบัติมีความกาวหน้าแค่ไหน
เนื่องจากในรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความหวังเท่าไหร่ และมองว่าคู่เจรจาก็เห็นแล้วว่าไม่มีความคืบหน้า ไม่อยากใช้คำว่าซื้อเวลา
ขณะที่นายฉัตรชัย เป็นคนที่ทำเรื่องนี้และอยู่ในคณะพูดคุยมานาน รับรู้ว่าที่ผ่านมาได้พูดคุยอะไรไปบ้าง มีเงื่อนไขอย่างไร และคนในรัฐบาลนี้หลายคน ทั้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร คิดว่าน่าจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังให้กับคณะพูดคุยนี้ได้
ในแง่การสร้างความน่าเชื่อถือจากฝ่ายตรงข้ามน่าจะดีกว่าเพราะมีต้นทุนอยู่ เพราะอย่าลืมว่ารัฐบาลเพื่อไทยเป็นผู้ริเริ่มเรื่องการเจรจาพูดคุย ในแง่หนึ่งคงมีแนวทางประนีประนอมฝ่ายทหาร ฝ่ายความมั่นคงได้ แต่จะถอยกันได้แค่ไหนนั้นเราต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป
ส่วนการดึงเลขาฯ ศอ.บต.กลับมาร่วมนั้นต้องบอกว่าเป็นข้อดี เพราะศอ.บต.มีบทบาทในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการพัฒนา ซึ่งงานพัฒนาเป็นองคาพยพที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ
ส่วนโครงสร้างคณะพูดคุยชุดใหม่นี้ การตัดสำนักข่าวกรอง สันติบาล กอ.รมน.ส่วนกลางออกไปนั้น จะเห็นว่าเนื้องานในภาคใต้ของหน่วยงานเหล่านี้ไม่ต่างกัน คือกลุ่มงานความมั่นคง แต่งานของศอ.บต.คืองานพัฒนา
ขณะเดียวกัน การไม่มีกอ.รมน.ส่วนกลาง แต่ก็มีกอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งที่สุดก็ต้องรายงานส่วนกลางยู่ดี ตรงนี้จึงไม่ต่างกันเท่าไร
ถามว่าอำนาจคณะพูดคุยจะบรรลุเป้าหมายสันติสุขได้แค่ไหนนั้นตอบเร็วไม่ได้ ต้องรอดูกันไปก่อน เพราะที่ผ่านมาเรื่องกลับไปที่ฝ่ายบริหาร จึงต้องดูคำสั่งมอบหมาย และเนื้อหาของการพูดคุย ข้อต่อรอง
เช่นเดียวกัน หากจะบอกว่าคณะพูดคุยชุดนี้ดูดีกว่าชุดที่ผ่านมาหรือเปล่า ก็เร็วไปที่จะพูด แต่ให้ความหวังกับคนที่ทำงานในพื้นที่ภาคใต้มากกว่า มีตัวละครใหม่ๆ และมีตัวละครเดิมที่เป็นคนริเริ่มงานพูดคุยกลับเข้ามา