พรรคก้าวไกลพรรคเพื่อไทยวิวาทะ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จนพาดพิงถึงคนบนชั้น 14 ร.พ.ตำรวจ แต่ต้องชม สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี คลี่คลายบรรยากาศโดยบอกว่าพรรคเพื่อไทยออกหน้าไม่ได้ แต่พร้อมช่วยเหลือ พร้อมเป็นสะพาน สมคิดยังเห็นด้วยให้นิรโทษ 112

ปรบมือให้สมคิด แต่ต้องบอกว่าคนของเพื่อไทยเองนั่นแหละ แกว่งวาทกรรมจนบานปลาย

ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลไปพบพุทธะอิสระ ขอแรงหนุนหรืออย่างน้อยก็ไม่ค้านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมของก้าวไกล ในมุมหนึ่งต้องยอมรับว่าคนในฝ่ายเดียวกันก็ไม่พอใจ ทำไมต้องนิรโทษเสื้อเหลืองนกหวีด ทำไมต้องคุยพุทธะอิสระ ยิ่งเห็นคลิปปล่อยมายิ่งหงุดหงิด

กระนั้นต้องเข้าใจว่า หลักการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ต้องกำหนดห้วงเวลาแล้วนิรโทษประชาชนทุกฝ่าย ไม่สามารถแยกว่านิรโทษเฉพาะเสื้อแดงไม่รวมเสื้อเหลือง ถ้ากำหนดห้วงเวลาตั้งแต่รัฐประหาร 2557 ก็นิรโทษคนเคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร ม็อบราษฎร หรือม็อบตรงข้าม แต่ถ้านับตั้งแต่ 2549 ก็ต้องรวมทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส.

โดยอีกด้าน ร่าง พ.ร.บ.ของก้าวไกลก็ไม่เหมาเข่ง ไม่นิรโทษเจ้าหน้าที่สลายชุมนุมเกินกว่าเหตุ ไม่นิรโทษความผิดต่อชีวิต

การเดินสาย “หาจุดร่วม” กับขั้วตรงข้ามเพื่อผลักดันให้กฎหมายผ่าน ไม่ใช่การข้ามขั้วตระบัดสัตย์ ละทิ้งจุดยืน สมคบกันฮั้วอำนาจ

แต่อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กลับตั้งแง่ว่า ถ้าไม่โดนกับพวกพ้องจะลุกขึ้นมาเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่

ใครคือพวกพ้อง ตั้งแต่เสนอกฎหมาย ก้าวไกลก็เคลียร์ตั้งแต่ต้นว่าไม่รวมธนาธรและอดีตอนาคตใหม่ เพราะกฎหมายเปิดช่องให้สละสิทธิ แล้วถ้าดูเป้าหมายจริงๆ ก้าวไกลก็หวังนิรโทษให้ม็อบคนรุ่นใหม่ 63-65 ซึ่งเป็น กลุ่มใหญ่ที่สุด

ย้อนลึกกว่านั้น ชัยธวัชก็อยู่ในม็อบเสื้อแดง 53 เป็นหนึ่งในผู้จัดทำรายงาน ศปช. รวบรวมหลักฐานการสลายม็อบด้วยกระสุนจริง จึงยืนยันไม่นิรโทษเจ้าหน้าที่ ถามว่าชัยธวัชเป็นพวกพ้องใคร

รังสิมันต์ โรม จึงย้อนกลับว่าก้าวไกลมุ่งนิรโทษให้ คนรุ่นใหม่คนเสื้อแดง ซึ่งไม่ได้รับสิทธิพิเศษเหมือนคนบนชั้นที่ 14

“ไม่อยากให้พาดพิงถึงคนที่อยู่ชั้น 14 เพราะเรื่องของท่านสิ่งที่ได้รับเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย ทุกอย่าง ไม่ได้มีสิทธิพิเศษเหมือนคนอื่นแต่อย่างใด” ประเสริฐ จันทรรวงทอง พูดให้หัวร่องอหาย

แม้อาจยังกลัวเรื่องนิรโทษ 112 แต่ร่าง พ.ร.บ.ของ ก้าวไกลก็เปิดกว้าง คือให้นำทุกความผิดเข้าสู่คณะกรรมการ 9 คน ที่มีทั้งประธานสภา ผู้นำฝ่ายค้าน ตัวแทนรัฐบาล รัฐสภา อัยการ ตุลาการ

ถ้าเพื่อไทยจริงใจ แต่ยังเกรงใจอำนาจ ไม่ต้องสนับสนุนสุดตัวก็ได้ แค่ยอมผ่านวาระแรกแล้วไปแปรญัตติกันต่อ

ตรงกันข้าม ถ้าเพื่อไทยปัดตกตั้งแต่แรก หรือบังคับให้เขียน “ยกเว้น 112” ก็เท่ากับยิงขาตัวเอง

ถามจริง เชื่อหรือไม่ว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษจะผ่านเป็นกฎหมายบังคับใช้ ไม่เชื่อหรอก แต่เชื่อในพลังกดดันและอำนาจต่อรอง

การเมืองแบบก้าวไกลไม่ได้มุ่งหวังเฉพาะเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม แต่มุ่งปลุกพลังทางสังคม เหมือนสมรสเท่าเทียม ผ่านในรัฐบาลเศรษฐา แต่ 4 ปีที่ผ่านมา ก้าวไกลคือผู้สร้างความสุกงอมทางสังคม ชูธงไปข้างหน้า จนสังคมยอมรับ

การเสนอร่าง พ.ร.บ. เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวนิรโทษกรรม ซึ่งอีกปีกยังมีร่างของภาคประชาชน การเคลื่อนไหวนำไปสู่การปลุกกระแส ดึงคนออกความเห็น เช่น “เต้น” ณัฐวุฒิ สนับสนุนนิรโทษ 112 แม้หลายคนของเพื่อไทยไม่กล้า

ผลลัพธ์ของกระแส ถ้ากฎหมายเข้าสู่สภา แม้อาจไม่สามารถผ่านออกมา ก็จะเกิดแรงกดดัน รัฐบาลเพื่อไทยรู้ดีว่าจะแก้ปัญหาปากท้องทั้งทีคนรุ่นใหม่ยังติดคุกอยู่ไม่ได้ เพื่อเสถียรภาพ ต้องเอาแรงกดดันจากก้าวไกลและภาคประชาชนไปต่อรองกับเครือข่ายอำนาจ เพื่อให้เกิดการปล่อยตัวไม่ว่าวิธีใดก็ตาม

นั่นคือสิ่งที่เพื่อไทยต้องทำ เพราะอ้างว่ายอมข้ามขั้วเพื่อสร้างสะพาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน