เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่โรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์ จ.หนองบัวลำภู ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ถึงกรณีสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว (ล) 25288 ลงวันที่ 24 พ.ย.2566 แจ้งถึงกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงบประมาณ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรื่องการจัดทำมาตรการหรือโครงการเพื่อสนับสนุนหรือ ให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งมีระบุว่าครม.มีมติเมื่อวันที่ 21 พ.ย.2566 เรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรต่อจากนี้ไปให้ทุกหน่วยงานหลีกเลี่ยงการให้เงินอุดหนุน ช่วยเหลือ ชดเชย หรือประกันราคาสินค้าเกษตรโดยตรงแก่เกษตรกรว่า

เนื่องจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง มีแนวความคิดต้องการสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร จึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ ไปพิจารณาว่าแทนที่รัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนแก่เกษตรกรทุกปี เราจะทำอย่างไรที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จะต้องไปทำเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งขณะนี้ปุ๋ยและต้นทุนการผลิตอีกหลายอย่างมีราคาแพง

เมื่อถามว่าแสดงว่าต่อไปนี้รัฐบาลจะไม่มีนโยบายอุดหนุน ไม่มีประกันรายได้หรือประกันราคาสินค้าเกษตรแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราใช้คำว่าสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรมากกว่า กระทรวงเกษตรฯ จะต้องทำงานหนักขึ้นในการลดต้นทุนการผลิต

“ขณะเดียวกันต้องพยายามทำให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่ไปช่วยเหลือเกษตรกรเลย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน