‘ผู้แทนการค้า’เดินเครื่องเร่งลดค่าใช้จ่ายเกษตรกร15%
ผู้แทนการค้าไทยหารือกระทรวงการคลัง หาวิธีซื้อปุ๋ยราคาถูกจากเหมืองโปแตชชัยภูมิ เล็งให้อ.ต.ก.ทำหน้าที่ซื้อกระจายต่อให้กับเกษตรกร ตั้งเป้าหมายลดรายจ่ายเกษตรกร 15%
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับกระทรวงการคลัง หลังหารือวิธีการทำงานกับบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับรูปแบบในการทำงาน และวิธีการซื้อโพแทสเซียมคลอไรด์ หลังจากบริษัทสามารถขุดโพแทชได้ และสามารถขายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในราคาส่วนลด 10% ในสัดส่วน 10% ของปริมาณการผลิตโพแทชของบริษัท และส่วนลด 7% ในส่วนที่มากกว่า 10% ของปริมาณการผลิต
ทั้งนี้ ได้หารือถึงการใช้หนี้ให้กับรัฐบาล การเพิ่มทุน และสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ที่มีรัฐบาลไทยโดยกระทรวงการคลังถือหุ้นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20%, TRC ถือหุ้นสัดส่วน 25% และที่เหลือถือหุ้นโดยรัฐวิสาหกิจของอาเซียน 4-5 ประเทศ เมื่อต้นปี 2566 มีการเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นเดิม รวมถึงกระทรวงการคลัง วงเงิน 450 ล้านบาท และต้นปี 2567 จะเพิ่มทุนอีก 40,000 ล้านบาท โดยจะเป็นทั้งการกู้สถาบันการเงิน และระดมทุนจากผู้ถือหุ้นเก่าและผู้ถือหุ้นใหม่ที่สนใจ
“ได้พูดเรื่องของผู้รับซื้อปุ๋ยจากบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) น่าจะเป็นองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ที่จะรับซื้อเพื่อนำกระจายต่อให้กับเกษตรกร ซึ่งบริษัท อาเซียนฯ จะต้องตั้งโรงงานผสมปุ๋ยตามที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องการ และหลังจากหารือกันจะดำเนินการร่างวิธีการทำงาน หารือกับฝ่ายกฎหมาย ก่อนนำหารือกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป”
นางนฤมลกล่าวว่า ภาคเกษตรไทยใช้ปุ๋ยประมาณ 5 ล้านตันต่อปี หน่วยงานที่ใช้ปุ๋ยมากๆ คือ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ใช้ปุ๋ยจำนวน 1.2 ล้านตัน เป็นโพแทช จำนวน 4 แสนตัน รวมทั้ง กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมอื่นๆ ที่มีการใช้ปุ๋ยอีกจำนวนมาก ต้องรวบรวมปริมาณการใช้ปุ๋ยทั้งหมด เพื่อสำรวจความต้องการใช้
อย่างไรก็ตาม โครงการเหมืองโปแตชฯ รวมถึงมติครม.ที่กำหนดให้บริษัทต้องขายโพแทชให้กับกระทรวงเกษตรฯ จะทำให้ภาคเกษตรที่นำเข้าปุ๋ยประมาณปีละ 15,000 ล้านบาท สามารถลดต้นทุนการนำเข้าและลดต้นทุนในเกษตรกรได้ประมาณ 15% ตามนโยบายลดต้นทุนการผลิตของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นได้ตามนโยบายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 3 เท่าตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศไว้