เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาคดี ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่าสมาชิกสส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6)ประกอบมาตรา 98(3) หรือไม่ จากกรณีเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อยู่ในวันสมัครรับเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งคดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาและสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติ หน้าที่สส.นับแต่วันที่ 19 ก.ค.66 จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

ต่อมาศาลได้อนุญาตตามที่นายพิธาขอขยายระยะเวลาจัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นล่วงหน้าโดยให้ จัดส่งภายในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ และจะอภิปรายเตรียมการไต่สวนในวันที่ 20 ธ.ค.66 เวลา 09.30 น.

ส่วนคดีที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายความของ พระพุทธะอิสระขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของนายพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกลในขณะนั้น ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 2 ที่เสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..)พ.ศ..เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งและยังคง ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่

ศาลอนุญาตให้พยานบุคคลของผู้ถูกร้องทั้งสองขยายเวลา จัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นยื่นศาลถึง วันที่ 18 ธ.ค. และกำหนดนัดพิจารณาคดีต่อวันที่ 20 ธ.ค. เวลา 09.30 น. ก่อนจะไต่สวนพยานบุคคล 25 ธ.ค.66 เวลา 09.30 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน