นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. 2566 เท่ากับ 107.45 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลง 0.44% เป็นผลมาจากราคาสินค้าและบริการที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 0.87% อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันดีเซล และแก๊สโซฮอล์ 91 และค่าโดยสารรถไฟฟ้าจากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.20% ตามการปรับขึ้นราคาข้าวสาร แป้ง ไข่ นมข้นหวาน เป็นต้น ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) ปี 2566 สูงขึ้น 1.41% ยังอยู่ในเป้าหมาย 1.0-3.0%
“เงินเฟ้อลดลง 2 เดือนติด ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 33 เดือน เพราะมาตรการลดราคาพลังงานของรัฐบาล แต่ยังไม่ใช่เงินฝืด เพราะเศรษฐกิจไทยยังโตต่อเนื่อง ส่วนแนวโน้มเดือนธ.ค. 2566 จะลดลงอีก คาดทั้งปีนี้จะอยู่ 1.35% ส่วนปี 2567 คาดว่าจะชะลอตัวต่อเนื่อง อยู่ระหว่าง -0.3 – 1.7% ค่ากลางอยู่ที่ 0.7% เนื่องจากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐที่คาดว่าจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การปรับขึ้นราคาสินค้าสำคัญค่อนข้างจำกัด เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น และหนี้ครัวเรือนที่สูง อาจเป็นปัจจัยกดดันการบริโภค