ปิดจ๊อบไปแล้วกับกิจกรรมดีๆ “Smile Trip with Smile Djs @ Phuket” ส่งท้ายปีสร้างสุขให้คนฟังรุ่นเก๋ารุ่นเก๋ได้ใจพองโต นำโดยบอสใหญ่ ‘ปิ๋ว’ วนิดา วรรณศิริกุล แห่งสไมล์เรดิโอ (SMILE RADIO) พร้อมเหล่าดีเจ วินิจ เลิศรัตนชัย, ‘เปิ้ล’ หัทยา วงษ์กระจ่าง, ‘เอื้อง’ สาลินี ปันยารชุน, ม.ร.ว.รุจยาภา อาภากร, ‘ป๊อป’ นฤพนธ์ ไชยเพิ่ม, ‘โด๋ว’ มรกต โกมลบุตร, ‘ต๊อป’ ณพล พรมสุวรรณ, ‘อึ่ง’ มธุรส โอสถานนท์ และ ‘เอ็ดดี้’ สุทธิธรรม สุจริตตานนท์ รวมถึงหมอดูไพ่ยิปซี อ.มงคล รอดเที่ยงธรรม ผู้เปิดดวงผ่านเพจสไมล์เรดิโอ

งานนี้บอสใหญ่ ‘ปิ๋ว วนิดา’ พร้อมดีเจรุ่นเก๋า อย่าง วินิจ เลิศรัตนชัย, เปิ้ล หัทยา และ เอื้อง สาลินี ได้มาพูดคุยถึง “คลื่นวิทยุสไมล์เรดิโอ” ในอนาคต

หนึ่งปีที่ผ่านมาหลังกลับมารวมตัวกันทำสไมล์เรดิโออีกครั้ง เป็นยังไงบ้าง?
ปิ๋ว – “ในฐานะการตลาด พอได้ฟังเพลง 80 90 แล้วเรายังรู้สึก ก็เลยคิดว่าคนอื่นก็ยังรู้สึกเหมือนเราหรือเปล่า เลยรวบรวมเพื่อนเก่า เราตั้งใจอยู่แล้วว่าเราจะไม่ทำเฉพาะวิทยุ เหมือนเราย้ายออกจากบ้านนี้ไป 30 ปี แล้วเรากลับไปที่แอเรียเก่าเพื่อไปหาเพื่อน ก็เลยไปเริ่มที่คลื่น FM 98 พอกลับมาทำ ก็รู้แล้วว่าไม่เหมือนเดิม ทั้งแง่ธุรกิจและสัมปทาน เลยมาทำพร้อมกันทั้ง FM และ แอพพลิเคชั่น”

“เราเป็นคนที่กลับมาใหม่ใน 30 กว่าปี โอกาสที่เราจะกลับไปเป็น Top 3 เป็นไปไม่ได้ สุดท้ายงบไม่พอ มันไป 1 ไป 2 บางที 3 ก็ไม่ได้ เบอร์ 4 5 6 ก็อย่าหวังจะได้ หนึ่งปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าอย่าไปฝืน นี่คือความจริง ค่าใช้จ่ายด้านวิทยุถูกลงจริง แต่ก็ยังแพง แพงในที่นี้หมายความว่าถ้างบโฆษณาน้อยมาก มันก็จะไม่พอ เพราะฉะนั้นเราตัดสินใจไม่ผิดที่จะเดินหน้าไปเป็นออนไลน์เต็มรูปแบบ”

ในส่วนดีเจคือใจพร้อมสู้?
เปิ้ล – “จริงๆ พี่มีประสบการณ์เคยทำวิทยุของตัวเองมาแล้ว วันนั้นก็บอกพี่ปิ๋วแล้วว่าวิทยุเหมือนเป็นมีเดียให้กิจกรรม มันเปลี่ยนไปตั้งแต่พี่เปิ้ลทำอีดีเอสแล้ว เราต้องทำกิจกรรมเยอะๆ พอไปหากิจกรรมแล้ววิทยุกลับเป็นมีเดีย พอเขาซื้อกิจกรรมแล้ว เราก็จะมีวิทยุให้เขาใช้ในมีเดีย มันไม่เหมือนกับการที่เราไปขายวิทยุแล้วเรามีกิจกรรมพ่วง แต่คราวนี้เราไปขายคอนเสิร์ตไปขายกิจกรรมหรือโปรเจ็กต์ต่างๆ แต่เราให้มีเดียเขาในวิทยุของเรา”

หนึ่งปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากแฟนๆ เป็นยังไงบ้าง?
ปิ๋ว – “คลื่นเราคือเพลงยุค 80 90 เพลงยุคนั้นมีเพลงมากมาย เราขาย PERSONAL ของดีเจ มันย้อนกลับไปในอดีต สมมติเมื่อก่อนนี้หัทยาไปซื้อรายการ 3 ชั่วโมงก็จะเป็นรายการ 3 ชั่วโมงของหัทยา ตอนนี้มีรุ่นน้องบอกว่าฟังสไมล์เรดิโอเหมือนกินจับฉ่าย แต่ถามว่าอร่อยมั้ย อร่อย”

เอื้อง – “ถ้าเปรียบเทียบการทำอาหาร คนน่ะไม่ได้เข้าไปกินอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างเดียว เช้ากิน breakfast คือตอนเช้าๆ คนต้องการกำลังใจ พี่เปิ้ลจะเป็นคนที่ฮีลใจคน พอคุณป๊อปมาก็เป็นเพื่อนคนทำงานเป็นเพื่อนคุณแม่บ้าน ตอนบ่ายคนอายุ 30-40 จากง่วงๆ คอจะหัก พี่เอื้องก็เปลี่ยนสูตรใหม่ ใส่เพลงแดนซ์นู่นนี่เข้าไป ทำให้หน้าปัดวิทยุมีการเปลี่ยนแปลง”

เห็นว่าปีหน้าจะลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเยอะมากขึ้น?
ปิ๋ว – “การทำกิจกรรมจะทำให้เราเห็นภาพเราชัดขึ้น กิจกรรมที่ทำก็คือกิจกรรมคนอายุ 45-50 ไปไหว้พระ กินของอร่อย ไปเที่ยวทะเล แล้วก็ดูคอนเสิร์ต ซึ่งการทำพวกนี้จะทำให้เห็นตัวตนคนฟังชัดขึ้น ตอนนี้เราวางแผนคอนเสิร์ตพลิกเลย ปีที่แล้วคิดว่าจะเล่นคอนเสิร์ต 80 90 แต่ตลาดไม่อำนวย เลยคิดว่าต้องฉีก คือเราเริ่มกิจกรรมตัวแรกคือ ทริบิวต์ อิมพอสซิเบิ้ล มีชมพู นันทิดา มีทั้งรุ่นเก่าใหม่ผสมกัน แล้วก็โจอี้ ดาเอ็นโดรฟิน”

“ตัวที่สองคือเพลงของกรวิก อีกอันนึงจะเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เราก็ไปจ้างมือโปรดิวเซอร์จากนิวยอร์กทำให้เป็นฟีลแจ๊ซ เขียนดนตรีใหม่ อันนี้จะอยู่ในเดือนตุลาคม เป็นสามโครงการใหญ่ และก็จะมีกิจกรรมเรื่องสายมูสายกิน อันแรกเดือนมกราคม ไปถ้ำนาคา”

เป้าหมายปี 2567 วางแผนไว้ยังไงบ้าง?
เปิ้ล – “ตอนนี้เป้าหมายเรามาทางออนไลน์แล้ว ก็หวังว่าแอพพลิเคชั่นของเราจะได้รับการตอบรับมากที่สุด”

ปิ๋ว – “อยากฝากคนฟังไปบอกต่อ ทุกคนรู้จักสไมล์ฯหมด แต่เขาจะถามว่าแล้วอยู่เบอร์อะไรล่ะ คือมันไม่ได้อยู่ในโลกการสื่อสารกับคนอื่น”

เอื้อง – “สไมล์เรดิโอจะอยู่ได้ให้ทุกคนบอกต่อ แชร์กันไปเลยนะคะ คือเป็นเมเจอร์ของโลกออนไลน์ ขณะเดียวกันก็มีโลกของผู้ใหญ่ คนวัยทำงานก็เริ่มมาแล้ว ถ้ามาแล้วบอกต่อสิ่งที่ดีก็จะเกิดขึ้น ก็จะกลับมามีรอยยิ้มได้กับเสียงเพลงที่เขารัก”

ถามพี่วินิจถึงการไปต่อของสไมล์เรดิโอ?
วินิจ – “ความจริงโลกเปลี่ยนไปเยอะ ไม่รู้จากนี้อีกสัก 10 ปีอีก 20 ปีจะเปลี่ยนไปแบบไหน เพราะสิ่งที่เคยทำมามันแตกต่างสิ้นเชิง คิดว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับการสื่อสารซึ่งกันและกันกับโลกดิจิทัล โลกของโซเชี่ยลมีเดีย ที่ไม่สามารถจำกัดอยู่ในอาณาเขตได้”

ตลอด 1 ปี หลังกลับมาในรอบ 30 ปีของสไมล์เรดิโอ รู้เลยว่าต้องปรับหลายอย่าง?
วินิจ – “30 ปีที่ผ่านมาก็แยกย้ายกระจายกันไป วิทยุเห็นได้ชัด สื่อโทรทัศน์ก็กลายเป็นมูลค่าที่ย้อนกลับไปที่ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้มาก่อน ทุกสิ่งต้องปรับสภาพ ปัจจุบันความเป็นสื่อสารมวลชนอยู่แค่ปลายนิ้ว ทุกคนมีอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารอันนึง ทัศนะและวิธีคิดของตัวเองก็คือคิดว่าเป็นสื่อไปแล้ว ทั้งที่ความจริงมันมีเรื่องความรับผิดชอบอีกมากมาย มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งการรับข่าวสารและการบริโภคสื่อ การเรียนการสอนการศึกษาจะเป็นตัวชี้วัดเหมือนกัน ถ้าไม่ได้ศึกษาเพียงพอก็อาจเป็นโซนอันตรายมากกว่าการสร้างสรรค์”

กิจกรรมทริปนี้เป็นอย่างไร?
วินิจ – “สนุกมากๆ ใช้ชีวิตเวลาสั้นๆ ด้วยกัน ได้พบปะกับคนที่มีความทรงจำดีๆ อันนี้จะเป็นการเก็บรายละเอียดอื่นๆ ที่คิดว่าน่าจะมีบรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง”

การทำกิจกรรมแบบนี้ เป็นการส่งเสริมให้ทางสไมล์เรดิโอยังไงบ้าง?
วินิจ – “เราเห็นว่าการรู้สึกเชื่อมกัน นอกจากการสื่อสารทางสื่อแล้ว ยังมีโอกาสได้ใกล้ชิดแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ๆ น่าจะเป็นการต่อยอดได้เยอะพอสมควรครับ”

อชริญา บุญชู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน