ศาสนาและความเชื่อ เป็นสิ่งที่แฝงอยู่ในทุกสังคม ความเชื่อกับการท่องเที่ยว หรือการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา เกิดขึ้นจากความเชื่อของบุคคลที่เชื่อมโยงให้เกิดแรงจูงใจในการเดินทางไปท่องเที่ยว

จากรายงานของ Future Market Insight พบว่า การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกถึง 13.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2565 และจะเพิ่มเป็น 40.92 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2576 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าภายใน 10 ปี

การดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่กำลังเติบโต ให้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ย่อมมีการนำเงินมาใช้จ่ายในประเทศซึ่ง เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจและชุมชนนั้นๆ เช่น บริษัททัวร์ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่พัก พาหนะในการเดินทาง บริการค้าปลีกหรือสินค้าที่ระลึกประกอบกับสถาบันวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์มาสเตอร์การ์ด เปิดเผยว่า ในปี 2566 ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของจุดหมายปลายทางยอดนิยม เพราะเสน่ห์ที่โดดเด่น

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (อศน.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 กรมการศาสนาร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดกิจกรรม “ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา” 3 เส้นทาง ดังนี้

เส้นทางแรก เส้นทางความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดมุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ หนองคาย และจังหวัดอุดรธานี ได้แก่ พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช พญาอนันตนาคราช พญาศรีมุกดามหามณีนีลปาลนาคราช วัดพระธาตุพนม พญาศรีสัตตนาคราช ถ้ำนาคา วัดพระธาตุหล้าหนอง และวังนาคินทร์คำชะโนด บูรณาการกับกิจกรรม “ผ้าไทย ใส่บาตร ปูสาดริมโขง” จ.มุกดาหาร ณ บริเวณริมฝั่งโขง หน้าวัดศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อทำบุญกุศล และสัมผัสบรรยากาศยามเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้นริมฝั่งโขงที่จังหวัดมุกดาหาร ก่อนเดินทางตามรอยพญานาค

เส้นทางที่สอง เส้นทางสักการะพระธาตุประจำปีเกิด 12 นักษัตร เส้นทางสักการะพระธาตุประจำปีเกิด ณ จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ ปีมะโรง พระธาตุพระสิงห์ วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งปี 2567 ตรงกับ ปีนักษัตรมะโรง ปีชวด พระธาตุศรีจอมทอง วัดพระบรมธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ ปีมะแม พระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ และปีจอ พระธาตุจุฬามณี วัดเกตการาม จ.เชียงใหม่

เส้นทางที่สาม เส้นทางตามรอยเถราจารย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ วัดสะตือ วัดไก่จัน วัดกุฎีทอง วิหารมงคลบพิตร วัดพนัญเชิง วัดตะโก วัดท่าการ้อง วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดใหญ่ชัยมงคล

อธิบดีกรมการศาสนากล่าวต่อว่า การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (Faith-Based Tourism) ใน 3 เส้นทาง เป็นการขับเคลื่อน Soft Power ในมิติศาสนา สามารถสร้างรายได้ ให้ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม โฮสเทล โฮมสเตย์ และวิสาหกิจชุมชน ประมาณการเสริมสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น 3,400-22,800 บาท /คน/ครั้ง หากประมาณการ 10,000 บาท/คน/ครั้ง และจำนวนผู้เดินทางท่องเที่ยวประมาณ 100,000 ครั้งต่อปี สามารถสร้างรายได้จำนวน 1 พันล้านบาท

ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงวันที่ 23 ก.ค.2566 รวมกว่า 1.045 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 613,030 ล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 432,194 ล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวสะสม วันที่ 1 ม.ค.-1 ต.ค.2566 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1.มาเลเซีย 3,280,622 คน 2.จีน 2,509,698 คน 3.เกาหลีใต้ 1,197,763 คน 4.อินเดีย 1,165,935 คน และ 5. รัสเซีย 994,431 คน รวม 20,051,535 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ต.ค.2566 กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)

โดยสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวทั่วโลก (World Travel & Tourism Council : WTTC) รายงานระบุว่า ภาคการเดินทางโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างเต็มที่ในปี 2567 โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวขึ้นของนักท่องเที่ยวจีน ที่แม้จะเป็นไปแบบช้าๆ แต่ก็มั่นคงและการเดินทางทั่วโลกจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน