นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน โดยที่ประชุมมีประเด็นสำคัญของการหารือ และพิจารณา ได้แก่ การประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และแผนการดำเนินงานภายหลังจากที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว
ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าไปเยี่ยมชมจำนวนมาก โดยที่ประชุมได้มีมติให้กรมศิลปากร ร่วมประสานงานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินการวางแผนจัดการกับสิ่งก่อสร้างจำเป็นเร่งด่วน เช่น ห้องน้ำ ร้านขายของ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับมุมมอง และภูมิทัศน์ของโบราณสถานโดยรอบทั้งหมด พร้อมกันนี้ ให้มีการวางแผนบริหารจัดการในระยะยาวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ขององค์การยูเนสโก
อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวต่อว่า กรมศิลปากรได้รายงานความคืบหน้าการจัดทำเอกสารนำเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ของแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว (Tentative Lists) เข้าสู่การพิจารณาต่อศูนย์มรดกโลกองค์การยูเนสโก ได้แก่ แหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช และแหล่งพระธาตุพนม จ.นครพนม โดยคณะอนุกรรมการมีความเห็นให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อให้คำแนะนำในการปรับแก้การทำเอกสารฉบับสมบูรณ์ของพระธาตุนครศรีธรรมราช พระธาตุพนม พร้อมกันนี้ เห็นชอบให้นำเสนอ แหล่งสงขลาและชุมชนริมทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา เข้าสู่การพิจารณาบัญชีชั่วคราวต่อศูนย์มรดกโลกด้วย
“ส่วนสุดท้ายเป็นการรายงานถึงความคืบหน้าการดำเนินงานตามรายงานสถานภาพการอนุรักษ์ แหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อาทิ การประกาศใช้แผนปฏิบัติการการอนุรักษ์และพัฒนา (พ.ศ.2565-2574) ประกาศควบคุมสิ่งก่อสร้าง และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (Heritage Impact Assessments หรือ HIAs) โดยที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าดังกล่าว ซึ่งกรมศิลปากร ได้ดำเนินการตามข้อกังวลของยูเนสโกไปแล้วหลายหัวข้อ เช่น การควบคุมอาคาร สิ่งก่อสร้างใหม่ให้มีความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน การจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับแหล่ง มรดกโลกดังกล่าว เพื่อนำเสนอเข้าคณะกรรมการชุดใหญ่ต่อไป” นายพนมบุตรกล่าว