นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เตรียมนำภาคเอกชนไปเจรจาการค้า และจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในนครคุนหมิง ประเทศจีน และในระหว่างการเยือน ระหว่างวันที่ 17-18 ธ.ค.2566 เพื่อลงนามในเอ็มโอยู เพื่อซื้อขายสินค้าเกษตร ระหว่างภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ เบื้องต้นมียอดมูลค่าการซื้อขายสินค้าประมาณ 5,600 ล้านบาท ซึ่งจะมีมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของผู้ประกอบการ ในจ.นครราชสีมา, สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป และ ผลิตภัณฑ์ อาหารสำเร็จรูป
ช่วงต้นปีหน้ามีแผนจะขยายตลาดสินค้าส่งออกในสหรัฐอเมริกา โดยตนเองจะเป็นหัวหน้าคณะ นำภาคเอกชนไปโรดโชว์ที่เมืองลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เพื่อหาลู่ทางขยายตลาดสินค้าไทย เช่น ข้าว และสินค้าซอฟต์พาวเวอร์ในตลาดสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น โดยสินค้าและบริการของไทยยังมีโอกาสสูงในตลาดสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าอาหารและบริการร้านอาหารไทย และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
รวมทั้งจะมีแผนนำคณะไปโรดโชว์ที่ตลาดอิหร่านเนื่องจากอิหร่านเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ แต่ที่ผ่านมานักธุรกิจไทยประสบปัญหาในด้านการชำระค่าข้าว ผ่านระบบของสถาบันทางการเงิน จากการที่อิหร่านโดนแซงก์ชั่นซึ่งปัญหานี้ไทยและอิหร่านกำลังหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอยู่ หากทั้ง 2 ฝ่ายแก้ไขปัญหาสำเร็จ เชื่อการค้าระหว่างไทยและอิหร่านจะเพิ่มขึ้นมาก
ในปี 2567 กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายการส่งออกขยายตัว 1.99% มีมูลค่า 287,754 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10 ล้านล้านบาท ซึ่งเป้าหมายการส่งออกที่ประเมินเอาไว้นั้น ใกล้เคียงกับตัวเลขที่ภาคเอกชนประเมินว่า จะขยายตัวประมาณ 1-2% โดยปีหน้าเตรียมจัดงานต่างๆ เพื่อผลักดันการส่งออก ของไทยอีก 417 กิจกรรม คาดว่าจะสร้างรายได้ 65,700 ล้านบาท