เอดีบีปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยโต 2.5% แบงก์ชาติมั่นใจห่างไกลเงินฝืด ย้ำมีหรือไม่มีดิจิทัลวอลเล็ตปีหน้าโตได้ 3.2% ด้านพาณิชย์เผยขึ้นค่าจ้าง 2.37% กระทบเงินเฟ้อแค่ 0.25%
นายอัลเบิร์ต พาร์ค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอดีบี ธนาคารพัฒนาเอเชีย เปิดเผยว่า เอดีบีได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.5% ลดลงจากที่เคยคาดไว้โต 3.5% เนื่องจากการส่งออกหดตัว การใช้จ่ายภาครัฐลดต่ำลง และการลงทุนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเบาบาง ส่วนปีหน้าได้ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยโต 3.3% ลดลงจากเดิม 3.7% ตามเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
นายสุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Monetary Policy Forum ครั้งที่ 4/2023 ว่าคาดแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค.ยังคงติดลบ จากปัจจัยพิเศษ เช่น มาตรการช่วยเหลือค่าไฟ ค่าน้ำ ลดราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาเนื้อหมูปีนี้อยู่ในระดับต่ำ แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณคลี่คลายในระยะข้างหน้า ทำให้คาดว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 1/2567 ซึ่งไม่ได้สะท้อนว่าไทยเข้าสู่ภาวะเงินฝืดแต่อย่างใด โดยปีหน้าเงินเฟ้อทั่วไปน่าจะอยู่ที่เฉลี่ย 2% เงินเฟ้อฟื้นฐานคาดฟื้นตัวราว 1.2-1.3%
นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ความเสี่ยงปี 2567 ที่ กนง.ให้น้ำหนักมากที่สุดคือ การส่งออกและการท่องเที่ยว โดยมองเศรษฐกิจไทยปีนี้ ถ้าโตตามศักยภาพจะอยู่ที่ราว 3% ถือว่าไม่สูงมาก ขณะที่ปี 2567 มองว่าเศรษฐกิจจะโตได้ 3.2% ไม่ว่าจะมีผลจากมาตรการดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ก็ตาม ส่วนระดับดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปี รองรับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมแล้ว
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หากมีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตามมติคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ วันละ 2-16 บาท หรือเพิ่มขึ้น 2.37% จะส่งผลกระทบให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นไม่มากนักเพียง 0.13-0.25% ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อที่ติดลบ 2 เดือนต่อเนื่องยังไม่น่ากังวล และไม่ได้เป็นการบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจถดถอย เป็นเพียงสัญญาณที่สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยกำลังปรับเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อต่ำ