ช่วงที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ในสังคมออนไลน์กรณีเด็กชายวัย 8 ขวบ ที่อ้างตนเป็นร่างอวตารของเพชรภัทรนาคานาคราช และบุตรของพระศากยมุนี
ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ทรงภูมิความรู้ด้านวิปัสสนากรรมฐาน เผยแผ่ธรรมะและอบรมด้านวิปัสสนาให้ผู้ที่สนใจโดยวิธีการเชื่อมจิต
มีการเปิดคอร์สอบรมโดยต้องเสียค่าสมัครตามแต่หลักสูตร ตั้งแต่ระดับพันบาทขึ้นไปไปจนถึงหลายพันบาท
มีทั้งผู้เชื่อถือให้ความเลื่อมใสศรัทธายกย่องเป็นอาจารย์ ขณะเดียวกันก็มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไปตามหลักการพุทธศาสนาและเป็นขบวนการแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่
ความหมายว่าวิปัสสนานั้น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) อธิบายว่าคือ ข้อปฏิบัติต่างๆ ในการฝึกฝนอบรมปัญญาให้เกิด ความเห็นแจ้งรู้ชัดสิ่งทั้งหลายตรงต่อสภาวะ
คือให้เข้าใจตามความเป็นจริง หรือตามที่สิ่ง เหล่านั้นเป็นเอง ไม่ใช่เห็นไปตามที่วาดภาพให้เป็นด้วยความชอบความชัง ความอยากได้ หรือความขัดใจ
รู้แจ้งชัดเข้าใจจริง จนถอนความหลงผิด รู้ผิดและยึดติดในสิ่งทั้งหลายได้ ถึงขั้นเปลี่ยนท่าทีต่อโลกและชีวิตใหม่ ทั้งท่าทีแห่งการมอง การรับรู้ การวางจิตใจและความรู้สึกทั้งหลาย
จุดมุ่งหมายของวิปัสสนา คือนำไปสู่วิมุตติ ความหลุดพ้นเป็นอิสระที่แท้จริงซึ่งยั่งยืนถาวร ดับกิเลส หรือหลุดพ้นโดยเด็ดขาด
ขณะที่หลักการวิปัสสนาแบบเชื่อมจิตที่เป็นข่าวขณะนี้ ระบุว่าเป็นการเชื่อมกันระหว่างจิตของเทพกับจิตของมนุษย์ โดยการใช้แสงธรรมที่เป็นแสงสีทอง
ที่องค์เพชรคือองค์แทนผู้ถือธรรมลงมาโดยได้รับมาจากองค์พระศากยมุนี เป็นผู้กระจายและ เชื่อมต่อไปยังผู้ปฏิบัติที่ศรัทธา
เพื่อนำพาไปเข้าถึงการเดินปัญญา เรียนรู้โลกุตระธรรมด้วยตัวผู้ปฏิบัติเอง ซึ่งจะช่วยต่อยอดการปฏิบัติธรรมที่ติดขัดไม่สามารถไปต่อได้ ให้ได้เข้าถึงได้เร็ว เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ได้ไวขึ้น
ดังนั้น ผู้สนใจวิปัสสนากรรมฐาน จึงต้องทำความเห็นให้ตรง ยึดกุมหลักการของพระพุทธศาสนาให้มั่นคง เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางปฏิบัติตามเป้าหมายที่แท้จริง