สถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังถูกจับตา ต่อเนื่องหลังจากได้กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ มี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรค ในการฟื้นฟูพรรค และบทบาทในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า นายเฉลิมชัยอาสามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคทั้งๆ ที่ไม่อยากเข้ามารับตำแหน่ง แต่เมื่อสมาชิกเรียกร้องต้องการให้เข้ามาเพื่อช่วยนำพาพัฒนาพรรค จึงยินยอมเสียสละ อาสาเข้ามาทำหน้าที่

เชื่อว่าหากสมาชิกได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของนายเฉลิมชัย ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันที่ทำงานให้พรรคมายาวนาน ดังนั้นทุกคนจะต้องร่วมกัน ช่วยกันคนละไม้ละมือทำงานเพื่อให้พรรคดีขึ้น

ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ จะต้องมีขั้นตอนตามกฎหมายพรรคการเมือง ที่ต้องมีการแจ้งรายชื่อ พร้อมทั้งมีเอกสารสำคัญหลายส่วน เพื่อแจ้งไปยัง นายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้รับทราบ และจะต้องมีการรับรองจากนายทะเบียนพรรคการเมือง

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการตรงนี้ นายเฉลิมชัย ในฐานะหัวหน้าพรรคจะรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคนัดแรก เพื่อกำหนดทิศทางบริหารพรรค ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทางฟื้นฟูและพัฒนาพรรค

องคาพยพทั้งหมดของพรรคจะไม่ได้มีเฉพาะกรรมการบริหารพรรคอย่างเดียว แต่จะมีคณะกรรมการอีกหลายชุดที่กรรมการบริหารพรรคต้องมีการพิจารณา เพื่อที่จะกำหนดบุคลากรของพรรคที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้านเพื่อมาช่วยกันทำงานให้กับพรรคในวันข้างหน้า เช่น ด้านเศรษฐกิจ ด้านกฎหมาย ด้านต่างประเทศ

ส่วนที่มีสมาชิกพรรคทยอยลาออกนั้น ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ต้องเคารพการตัดสินใจของสมาชิก แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้สถานการณ์ในพรรคอาจจะยังไม่นิ่ง แต่คาดหวังว่า วันหนึ่งสมาชิกพรรคที่ลาออกไปจะได้กลับมาร่วมทำงานให้กับพรรคในวันข้างหน้าอีก

เชื่อว่าทุกคนที่ลาออกไปมีเหตุผลที่แตกต่างกัน มีความรักความผูกพันกับพรรคตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตรงนี้ต้องเข้าใจความรู้สึก และเคารพในความคิด ในการตัดสินใจของสมาชิกพรรค

หลังจากการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรควันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่านั่นคือกระบวนการขั้นตอนระบอบประชาธิปไตยภายในพรรค ที่มีการแข่งขันกันดุเดือดเป็นเรื่องปกติ เมื่อกระบวนการการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค ที่ผ่านการคัดเลือกโดยสมาชิกพรรค ทุกอย่างต้องถือว่าเสร็จสิ้น

ต่อจากนี้เป็นบทบาทภาระหน้าที่ของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค รวมถึงตนด้วยที่ดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคต่อจากสมัยที่ผ่านมา ต้องทำงานเพื่อที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าทิศทางในการนำพาพรรคในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

เรายอมรับเสียงติติง ท้วงติง จากสมาชิก รวมถึงเสียงของ พี่น้องประชาชน เราน้อมรับเพื่อประกอบในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในพรรคต่อไป

ขอสมาชิกว่าอยากให้ทุกคนมาร่วมกันทำงาน เมื่อคิดว่าพรรคต้องอยู่ต่อไปในวันข้างหน้า ไม่ใช่เราจะอยู่แค่สมัยนี้สมัยเดียว

ผู้บริหารพรรคทุกชุดเป็นคนที่เข้ามาบริหารพรรค มาแล้วก็ต้องไปตามวาระ ตามที่สมาชิกจะให้โอกาส แต่พรรคต้องอยู่ ต่อไป เมื่อเรายึดถือหลักสำคัญว่า พรรคเราต้องอยู่ต่อไป ฉะนั้นสมาชิกทุกคนจะทำอย่างไรที่จะช่วยกันคนละไม้ละมือ ตนก็จะช่วยในส่วนของการสื่อสาร เรื่องหลักการ อุดมการณ์ และทิศทางของพรรค

ไม่ว่าใครที่จะออกนอกลู่นอกทาง เราพยายามจะให้ทุกคนอยู่ในหลักในเกณฑ์ในการที่จะทำงานให้กับพรรคต่อไป

การที่กรรมการบริหารพรรคจะนำพาพรรคก้าวต่อไปในวันข้างหน้า ท้ายที่สุดแล้ววันเวลา และผลการทำงานจะปรากฏขึ้น ซึ่งหลักนั้นจะเป็นหลักสำคัญในการพิสูจน์

ผลจากแรงกระเพื่อมที่เกิดจากวันที่ 9 ธ.ค. ทางกรรมการบริหารพรรคต้องทำให้สมาชิกมีความมั่นใจ และต้องเข้าใจปัญหาก่อนว่า เมื่อสถานการณ์ไม่นิ่ง อาจจะมีกรณีสมาชิก หรือบุคคลภายในพรรคมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ทุกคนที่เป็นผู้บริหารต้องคุยกันว่าทำอย่างไรที่เราจะหลอมรวมให้ทุกรุ่นเป็นเนื้อเดียวกัน และมีทิศทางเดินของพรรคไปในวันข้างหน้าได้ในทางเดียวกัน เพราะไม่มีทางไหนดีกว่าการพูดคุยกัน

ส่วนกรณีที่มีสมาชิกพรรคพูดถึงท่าทีการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ความจริงข้อเสนอแนะของนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค ทางกรรมการบริหารพรรคทุกคนต้องน้อมรับมาคิดมาเป็นหลักในการบริหาร เพราะนั่นคือแก่นแท้ของความเป็นประชาธิปัตย์จริงๆ

แนวคิดและประสบการณ์ของนายชวน สิ่งที่ท่านพูดมา ด้วยความเป็นห่วงพรรค แล้วท่านยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในระบอบของพรรคการเมือง ความซื่อสัตย์ สุจริต จุดยืนของพรรค ตนคิดว่าไม่มีใครที่จะมีหลักการที่ดีเท่ากับท่าน ซึ่งกรรมการบริหารพรรค ทุกคนต้องน้อมรับ และนำมาพิจารณาประกอบ ในการตั้งหลักนำพาพรรคในวันข้างหน้าได้อย่างไรบ้าง

สำหรับทิศทางการเมืองของพรรคที่ถูกมองว่าจะนำไปสู่การร่วมรัฐบาลนั้น ตนมองว่าไกล เกินไป เพราะจุดยืนของพรรคชัดเจนว่า ขณะนี้เรา ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็ทำให้เต็มที่ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา

กระบวนการตรวจสอบทั้งหมดจะผ่านกลไก โดยระบบรัฐสภา โดยสส.ต้องทำหน้าที่ ส่วนหนึ่ง พรรคก็ต้องทำหน้าที่ส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดความศรัทธาจากพี่น้องประชาชนว่าพึ่งพาพรรคประชาธิปัตย์ได้ เมื่อเป็นฝ่ายค้านก็มีการตรวจสอบเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติจริงๆ

ขณะที่กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาล ตนคิดว่าไม่มีใครที่จะไปกำหนดได้ว่า ต้องไปร่วมรัฐบาล หรือไม่ร่วมรัฐบาล เพราะพรรคมีขั้นตอนชัดเจน ส่วนตนคิดว่าไม่มีเหตุที่เราจะต้องไปร่วมรัฐบาล และการร่วมรัฐบาลต้องมีการพูดคุยกันในกรรมการบริหารพรรค

ตอนนี้ไกลเกินไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะพิจารณาได้โดยลำพัง และตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันเลย เราทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ต้องทำงานตรงนี้ในสภาให้ดีที่สุดก่อน

ส่วนการร่วมงานกับพรรคก้าวไกลในฐานะฝ่ายค้านนั้น ร่วมกันได้ แต่เรื่องอุดมการณ์บางอย่างที่ไม่ตรงกัน ตนบอกเสมอว่า เราต้องมีการพูดเพื่อให้เห็นว่าในบางเรื่อง เราเห็นไม่ตรงกัน เช่น เรื่องการนิรโทษกรรม ถ้าไปรวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย คดีที่เกิดขึ้นจากมาตรา 112 เราไม่เห็นด้วย

การทำหน้าที่ฝ่ายค้าน การจัดสรรเวลา การที่มีการพูดคุย กันเพื่อกำหนดการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในสภาไม่มีปัญหาพูดคุยกันได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน