ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่… พ.ศ. … หรือ ร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมของรัฐบาล ถูกส่งกลับสภาทันทีในวันเดียวกัน หลังครม.มีมติเห็นชอบ เพื่อบรรจุเป็นเรื่องด่วนในวาระการประชุม 21 ธ.ค.

นับแต่หลังเลือกตั้ง ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล รวมทั้งอีกหลายพรรคการเมืองได้แสดงท่าทีสนับสนุนต่อประเด็นสมรสเท่าเทียม

พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลเคยโพสต์แสดงจุดยืนพรรคต่อ LGBTQ+ ไว้ตั้งแต่ มิ.ย.ที่ผ่านมา

“จุดยืนพรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนและร่วมเป็นแรงส่งในการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อรับประกันสิทธิสมรสสำหรับคู่รักทุกเพศ ด้วยหลักของสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เรายึดถือแนวทางนี้

ที่พรรคเพื่อไทยได้รับการส่งต่อเจตนารมณ์นี้มาจากพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ปี 2544 รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร มีการเสนอแนวคิดให้คนรักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้ แต่เจอกระแสต่อต้านรุนแรง

ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความพยายามให้มีกฎหมายรับรองคู่รักเพศเดียวกันอีกครั้ง ตามข้อเสนอของประชาชนนำไปสู่ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ใน พ.ศ.2556 ตามบริบทสากลขณะนั้น และไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.สมรส เท่าเทียม แต่ไม่สำเร็จ” แถลงการณ์พรรคระบุ

เมื่อมาถึงยุคของนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แสดงท่าทีชัดเจนสนับสนุนร่างกฎหมายนี้หลายครั้ง โดยล่าสุด แถลงเองหลังประชุมครม.ว่าร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉบับของรัฐบาล ได้ผ่านการได้รับความเห็นชอบจากประชาชนใน ขั้นตอนการยกร่าง และรับฟังความเห็นของหน่วยงานต่างๆ

เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศาลยุติธรรม และคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบร่างกฎหมายเพื่อความรอบคอบอีกครั้งหนึ่งแล้ว

กฎหมายฉบับนี้จะทำให้คนเพศเดียวกันสมรสกันได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีสิทธิหน้าที่และสถานะทางครอบครัวเท่าเทียมกับคู่สมรสที่เป็นชายหญิง สร้างความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศ ต้องถือโอกาสนี้แสดงความยินดีกับทุกๆ ฝ่าย

นายกฯ ยังให้คำมั่นกับคณะผู้จัดงาน “สานฝันสมรสเท่าเทียม: รวมพลังสู่การเปลี่ยนแปลงในสภา” ที่มาเข้าพบประชาสัมพันธ์งาน ก่อนการประชุมครม.ด้วยว่า รัฐบาลจะผลักดัน สนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียม รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพสำหรับทุกคนในสังคมไทย

นายเศรษฐาทวีตผ่าน X อีกว่า “ผมเชื่อว่าความรัก ไม่มีนิยามตายตัวเรา ทุกคน มีสิทธิรักใครสักคนหนึ่งในฐานะ ‘มนุษย์คนหนึ่งรักมนุษย์อีกคน’ โดยไม่มีข้อจำกัด เรื่องใดทั้งสิ้น…

เรื่องสมรสเท่าเทียม ไม่ใช่การทำให้ความรักของคนสองคนถูกกฎหมาย แต่เราให้ความสำคัญกับเรื่องของสิทธิและเสรีภาพในการแต่งงานของคนรักกันที่ควรได้รับเหมือนกันทุกคน”

ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ต้องผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวให้สำเร็จให้ได้ ส่วนตัวหวังอย่างยิ่งว่าจะสำเร็จอย่างแน่นอน

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติที่เคยคัดค้านเรื่องนี้อย่างแข็งขันในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วันนี้เมื่อมาร่วมรัฐบาลเพื่อไทยพรรคก็มีมติพรรคสนับสนุนร่างดังกล่าว พร้อมส่งตัวแทนไปนั่งร่วมในสัดส่วนกรรมาธิการ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุ พรรคสนับสนุนการสมรสเท่าเทียม ไม่ว่าหญิงกับหญิง หรือชายกับชาย หรือสิทธิในการจดทะเบียนบุตรบุญธรรม การรับมรดก สิทธิในการประกันสังคม

ไม่เพียงรัฐบาลความเห็นจากซีกฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ได้ผลักดันกฎหมายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อนของพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกลเข้ามารับช่วงต่อ

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้นำฝายค้าน กล่าวว่า ในส่วนของพรรคก้าวไกลมีการ เตรียมตัวอยู่แล้ว เพราะร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมของพรรคก้าวไกล ได้เสนอผ่านสภา เป็นร่างกฎหมายที่จ่อเข้าพิจารณาในสภาอยู่แล้ว

เป็นเรื่องดีที่มีร่างของรัฐบาลบรรจุเข้ามาตามที่ได้พูดไว้ น่าจะเป็นร่างกฎหมายที่สภาร่วมกัน เพื่อผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยไม่แบ่งแยกฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล

“และคงไม่ใช่ฉบับนี้ฉบับเดียว แม้จะเป็นฝ่ายค้านแต่ก็หวังว่าสภาชุดนี้จะทำงานโดยยึดหลักผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้งเพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานร่วมกัน”นายชัยธวัชระบุ

ด้าน นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันนี้สังคมเข้าใจและเห็นร่วมกันแล้วว่าสิทธิสมรสเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ ทุกคนสมควรได้รับ

แต่ที่ผ่านมากลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศกลับถูกพรากไป ดังนั้นวันนี้ถึงเวลาสมรสเท่าเทียมเท่านั้น ไม่ใช่แค่คู่ชีวิต

การพิจารณาที่จะเกิดขึ้น มี 3 ร่างหลักคือร่างของครม.หรือรัฐบาล ร่างของภาคประชาชนที่ลงชื่อกว่าหมื่นรายชื่อ และร่างของพรรคก้าวไกล ทั้ง 3 ร่างมีหลักการเดียวกันคือการสมรสที่มีความเท่าเทียม เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เปลี่ยนจากการสมรสระหว่างชาย-หญิง เป็นการสมรสระหว่างบุคคล 2 คน

อาจมีส่วนแตกต่างกันบ้าง เช่น เรื่องอายุ สมรส การเว้นระยะเวลาของผู้หญิงกรณีหย่าจากคู่สมรสที่เป็นหญิงด้วยกัน เรื่องบุพการีและขอบเขตความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย อื่นๆ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ สามารถหาความเห็นร่วมกันในขั้นคณะกรรมาธิการได้

หากประเทศไทยมีเป้าหมายต้องการจัดเทศกาล WorldPride กุญแจสำคัญคือความภาคภูมิใจไปด้วยกัน ก้าวไปด้วยกัน การร่วมมือกันทำงานและทำให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านสภาโดยเร็วก่อน มิ.ย. 2567 เพราะหลายฝ่ายต่างเฝ้ารอ

ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ก้าวใหม่ ศักราชใหม่แห่งความเท่าเทียม ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ด้วยความภาคภูมิใจของทุกคน

ท่าทีของฝ่ายค้านและรัฐบาลต่อร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไม่เพียงสะท้อนความเห็นร่วมที่มองข้ามสถานะฝ่ายค้านรัฐบาล หากได้เห็นถึงพัฒนาการทางความคิดของสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน