หาก “สวนดุสิต โพล” ที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยคือพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกมาเป็นอันดับ 1 หากมีการเลือกตั้ง

เท่ากับเป็นการทุบไปยัง “คสช.”

ผลสำรวจ “ประเมินผลงาน 4 ปี” รัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ระบุว่ารัฐบาลล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

มิยิ่งเท่ากับเป็นการทุบไปยัง “กล่องดวงใจ” หรอกละหรือ

เพราะว่าเท่ากับตอกย้ำผลงาน 4 ปีของรัฐบาลไม่เพียงแต่คะแนนจะลดต่ำลงกว่า 3 ปี หากแต่ที่เห็นสอบได้ก็ถือได้ว่าฉวดเฉียด คาบเส้นเป็นอย่างยิ่ง

เป็นไปได้อย่างไร

ที่ว่าเป็นไปได้อย่างไรไม่เพียงแต่ 1 สะท้อนแนวโน้มกระแสความคิดที่ดำรงอยู่ในสังคม หากแต่ยังสะท้อน 1 สภาพที่โพลแต่ละสำนักประสบชวนให้อิดหนาระอาใจ

ผลของ “โพล” ดำเนินไปอย่าง “สวนทาง”

เพราะหากฟังจากซีกของคสช. ซีกของรัฐบาล ทุกอย่างงดงาม เศรษฐกิจก็ยอดเยี่ยม คะแนนและความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็สูงเด่น

แล้วทำไมหากเลือกตั้งชัยชนะยังเป็นของ “พรรคเพื่อไทย”

ทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทยแนบแน่นอยู่กับ นายทักษิณ ชินวัตร แนบแน่นอยู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งกลายเป็นคนเร่ร่อนไม่ได้อยู่ภายในประเทศ

แล้วความนิยมเกิดขึ้นอย่างไร

หากนั่งมองผลจากแต่ละสำนักโพลจากมุมของคสช.และจากมุมของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์อาชา ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คงหงุดหงิด

หงุดหงิดเพราะคิดว่าทำอย่างเต็มที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ทุ่มเททำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เดินสายเกาะโพเดียมแทบจะทุกวัน คนฟังก็นิ่งเงียบและตบมือกันเกรียวกราว

แล้วเหตุใดหากเลือกตั้งแล้วยังจะเลือก พรรคเพื่อไทย กันอีก

แล้วเหตุใดเมื่อสอบถามในเรื่องความสำเร็จทางเศรษฐกิจกลับไม่เป็นอย่างที่ฝ่ายเศรษฐกิจแถลงกันเจื้อยแจ้วในเรื่องของจีดีพีที่ทะยานแทบไปแตะเลข 5 อยู่รอมร่อ

แล้วพรรคเพื่อไทยจะได้อันดับ 1 ไปได้อย่างไร

น่าสังเกตว่าผลของโพลที่ออกมา หรือการคาดคะเนอันมาจากภายในแต่ละพรรคการเมืองล้วนแต่เป็นข้อมูลและฐานคิดเก่าในทางการเมืองทั้งสิ้น

นั่นก็คือ เชื่อบนพื้นฐานการเลือกตั้งเมื่อปี 2554

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ในเดือนพฤษภาคม 2557 พรรคเพื่อไทยก็ถูกโค่น และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มากด้วยคดีความกระทั่งต้องหลบหนีกระเซอะกระเซิงออกต่างประเทศ

4 ปีที่ผ่านมาก็จะยังจะเลือกพรรคเพื่อไทยอีกละหรือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน