ทั้งๆ ที่บทสรุปต่ออนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันมาจากปาก นายเสนาะ เทียนทอง แทบมิได้เป็นเรื่องใหม่
เพราะเนื้อหาอย่างเดียวกันนี้มีปรากฏเป็นระยะๆ
ไม่ว่าจะจาก นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการจากธรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เนติบัณฑิตไทยจากพรรคประชาธิปัตย์
แต่เหตุใดเมื่อมาจาก นายเสนาะ เทียนทอง จึงต้องหงุดหงิด
ทั้งๆ ที่ นายเสนาะ เทียนทอง วิเคราะห์บนพื้นฐานบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ทั้งหมดนี้คือ ความเป็นจริงทางการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องประสบแน่นอน
หากต้องการเป็น “นายกรัฐมนตรี” ต่อ
คําตอบ 1 เพราะว่าเป็น นายเสนาะ เทียนทอง และ นายเสนาะ เทียนทอง ยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเผชิญมรสุมอย่างไร
เพียงเห็นชื่อพรรคเพื่อไทยก็เจ็บจี๊ดขึ้นสมองแล้ว
หากเป็นบทวิเคราะห์อันมาจาก นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล หรือมาจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ก็ไม่เป็นไร
เพราะพรรคเพื่อไทยคือคู่สัประยุทธ์กับพรรคคสช.
เป้าหมายของคสช.นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อยู่ที่พรรคเพื่อไทย ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยจึงมิใช่สิ่งที่เครือข่ายคสช.ปรารถนา
คำตอบ 1 มาจากพื้นฐานการเมืองของ นายเสนาะ เทียนทอง
นายเสนาะ เทียนทอง เคยเป็นส.ส.ปราจีนบุรีมาอย่างยาวนาน และเมื่อมีการจัดตั้งจังหวัดสระแก้วขึ้น นายเสนาะ เทียนทอง ก็ย้ายไปเป็น ส.ส.สระแก้ว
พื้นที่นี้ย่อมรู้จัก “บูรพาพยัคฆ์” เป็นอย่างดี
ยิ่งกว่านั้น นายเสนาะ เทียนทอง ยังเป็นนักการเมืองที่ไม่ธรรมดา เพราะมีส่วนในการปั้นนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายคน
นับแต่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ถึง นายบรรหาร ศิลปอาชา นับแต่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จนถึง นายทักษิณ ชินวัตร
48 ปีบนเส้นทางการเมืองจึงมิใช่ตะเกียงที่ขาดน้ำมัน
บทสรุปของ นายเสนาะ เทียนทอง จึงสำคัญและสร้างความเชื่อมั่นเป็นอย่างสูงเพราะมาจากประสบการณ์ และความจัดเจนในทางการเมือง
จึงก่อภาวะหงุดหงิดให้บังเกิด
และมีความจำเป็นต้องทำให้ “ด้อยค่า” ด้วยการไล่ให้ไปพักผ่อน ความหมายก็คือ อายุมากแล้วไปเลี้ยงหลาน ดีกว่า
แต่คนจะเชื่อตามคำของใคร
ระหว่าง นายเสนาะ เทียนทอง กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา