กลยุทธ์ เลือกตั้ง สนองคืน รัฐธรรมนูญ พรรค ตระกูลเพื่อ
ยุทธจักรกำลังภายในมีกลยุทธ์ 1 ซึ่งเริ่มจาก “8 เทพอสูรมังกรฟ้า” นั่นก็คือ กลยุทธ์ “ยืมหอกสนองคืน” ของคุณชายม่อย้งแห่งเจียงหนาน หรือกังหนำ
เพียงเห็น “ยืมหอกสนองคืน” ก็แจ่มชัด
แจ่มชัดกับการเกิดขึ้นของ 1 พรรคเพื่อธรรม แจ่มชัดกับการเกิดขึ้นของ 1 พรรคเพื่อชาติ เพราะว่ามีน้ำเสียงใกล้เคียงอย่างเป็นพิเศษกับ “พรรคเพื่อไทย”
กระทั่งสื่อนำไปประมวลสรุปว่าเป็นพรรค “ตระกูลเพื่อ”
การแตกแขนงจากพรรคเพื่อไทยไปยังพรรคเพื่อธรรมและพรรคเพื่อชาติ สร้างความหงุดหงิดให้กับคนที่ไม่พอใจพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างสูง
ถึงกับตั้งข้อสังเกตว่าเกิดขึ้นในลักษณะ “นอมินี”
หากเริ่มต้นจากคำว่า “เพื่อ” ก็มองเห็นเส้นสายและความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อไทย เพื่อธรรมและเพื่อชาติอย่างแน่นอน
ยิ่งหากมองผ่าน “ตัวบุคคล”
ไม่ว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช ไม่ว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ล้วนเกี่ยวโยงกันตั้งแต่ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
เป็น “กากี่นั้ง” กันอย่างเปิดเผย
พลันที่กกต.ได้รับคำถามว่า พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ อาจมีลักษณะ “นอมินี” และสะท้อนลักษณะ “ครอบงำ”
ก็ต้องอ้ำๆ อึ้งๆ ด้วยความงุนงงสงกา
แท้จริงแล้ว การเกิดขึ้นของพรรคตระกูลเพื่อจากพรรคเพื่อไทยไปยังพรรคเพื่อธรรมและที่สุดก็คือพรรคเพื่อชาติ คือ เงาสะท้อนแห่งกลยุทธ์ “ยืมหอกสนองคืน”
มิใช่ว่าพวกเขาอยากจะแยกและแตกตัว
หากแต่เมื่อเห็นรายละเอียดอันดำรงอยู่ภายในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็ทำให้มีความจำเป็นต้องแยกและแตกตัวเหมือนที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ สรุป
นั่นก็คือ รวมกันเราแพ้ แต่แยกกันเราชนะ
จึงไม่มีหนทางอื่นนอกจากจะแยกกำลังออกไปให้ด้านหลักยังอยู่ที่พรรคเพื่อไทย ส่วนหนึ่งอยู่ที่พรรคเพื่อธรรม และอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่พรรคเพื่อชาติ
เท่ากับเป็นกลยุทธ์จากที่ “รัฐธรรมนูญ” กำหนดเพื่อความอยู่รอด
เหตุผลเบื้องต้นของการจัดตั้งพรรคตระกูล “เพื่อ” อาจมาจากความหวาดเกรงว่าอาจจะมีการยุบพรรคเพื่อไทย จึงต้องหาพรรคสำรอง ตระเตรียมเอาไว้
แต่ในการตระเตรียมกลับพบ “ช่องทาง”
เป็นช่องทางในการแก้เกมจากกระบวนการเลือกตั้งบัตร 1 ใบและมีผลไปยังระบบบัญชีรายชื่อ จึงเท่ากับยิงกระสุนนัดเดียวได้นก 2 ตัว
เป็นการใช้หอกของรัฐธรรมนูญสวนกลับรัฐธรรมนูญ