เพื่อไทย เปิดตัว สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผ่าน “30 บาท”
รู้ทั้งรู้ว่าอะไรคือ “เป้าหมาย” ของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในการเปิดประเด็นว่าด้วยบัตรทองอันโยงไปยังโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค
แต่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ก็ไม่ลังเลที่จะตอบโต้
เป็นการตอบโต้โดยมิได้ดำรงอยู่เพียงในสถานะของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งคุมสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 อยู่ในมือเท่านั้น
หากแต่ยังในสถานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ไม่ว่าจะผ่านสถานะอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะผ่านสถานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ล้วนสามารถลากยาวไปยัง “นายกรัฐมนตรี”
สะท้อนว่า 30 บาท รักษาทุกโรคสำคัญ
กล่าวจากมุมของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ การโพสต์ความเห็นอันเกี่ยวกับบัตรทองและ 30 บาทรักษาทุกโรคผ่านเฟซบุ๊กมีความแจ่มชัด
แจ่มชัดในฐานะที่เคย “รับผิดชอบ” มาก่อน
แจ่มชัดในฐานะที่โครงการ “30 บาทรักษาทุกโรค” คือผลงานและความสำเร็จของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยอันแข็งแกร่งและมั่นคงอย่างยิ่ง
รัฐประหารกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ทำลายไม่ได้
ไม่ว่ารัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไม่ว่ารัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จำเป็นต้องสานต่อ
การเปิดตัวผ่าน “บัตรทอง” จึงทรงความหมาย
ปมเงื่อนอันจะกลายเป็นข้อขัดแย้งก็คือ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความหงุดหงิดกับโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค
ต้องการจะเปลี่ยนแปลงจากรากฐานเดิม
ความต้องการนี้แสดงออกตั้งแต่แรกเข้ามาเป็นรัฐบาลหลังรัฐประหาร ยิ่งเปลี่ยนตัวรัฐมนตรียิ่งปิดไม่มิดในเรื่อง “วาระ” อันซ่อนเร้นนี้
ท่าทีอันมาจาก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด คือ เครื่องยืนยัน
ขณะเดียวกัน กล่าวสำหรับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งจะเป็นผู้ถือธงนำผ่านพรรคเพื่อไทยก็ย่อมต้องเอาจุดแข็งแกร่งจากพรรคไทยรักไทยมาเป็นเครื่องมือ
เครื่องมือเดินเข้าสู่สนาม “เลือกตั้ง”
ท่าทีที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ออกมาตอบโต้กับความเห็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คือสัญญาณอันเด่นชัดในทางการเมือง
เลือกตั้งครั้งนี้ “30 บาท” จะเป็นประเด็นใหญ่
เป็นประเด็นใหญ่เหมือนกับการจะชูโครงการรับจำนำข้าวมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับชาวนา อันเท่ากับเป็นการตอบโต้โดยตรงไปยังคสช.
ทั้งหมดนี้ย่อมเป็นทางเลือกสำหรับพรรคเพื่อไทย