ลีลา การเมือง อภิสิทธิ์ ประชาธิปัตย์ อภินิหาร กฎหมาย

 

แม้จะมิได้ออกมาตอบโต้กับคสช.โดยเฉพาะต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่บรรยากาศการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คึกคักเป็นอย่างมาก

คึกคักท่ามกลางการห้ามทำ “กิจกรรมทางการเมือง”

ไม่ว่าจะโดยประกาศคสช.ฉบับที่ 57/2557 ไม่ว่าจะโดยคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน

เพราะพรรคประชาธิปัตย์ “เดินสาย” ได้อย่างฉลุย

มิใช่เพราะได้ไฟเขียวผ่านตลอดเหมือนกับที่พรรคพลังประชารัฐหรือ “กลุ่มสามมิตร” ได้บัตรแข็งมาจากคสช. ตรงกันข้าม เป็นความกล้าหาญของพรรคประชาธิปัตย์เอง

โดยการคิดประดิษฐ์สร้างของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคไม่ว่าของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าของพรรคชาติพัฒนา ไม่ว่าของพรรคชาติไทยพัฒนา หรือแม้กระทั่งของพรรคเพื่อไทย

ถือได้ว่าของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในแสงแห่งสปอตไลต์

แม้กระทั่งความพยายามที่จะผลักดัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เข้ามาโดย นายถาวร เสนเนียม ก็ได้ กลายเป็นสีสันอันเฉิดฉาย

แต้มแต่งความโดดเด่นให้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ยิ่ง นายอลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งเคยเป็นสปช.และเคยเป็นถึงประธานสปท.ภายใน “แม่น้ำ 5 สาย” ของคสช.ยิ่งทำให้ความสนใจพุ่งไปยัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มากยิ่งขึ้น

ปัจจัยสำคัญอย่างมากยังเป็นการเดินสาย

การเดินสายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อผนวกเข้ากับการเดินสายของ นายอลงกรณ์ พลบุตร และของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

ทำให้การเดินสายของ “ครม.สัญจร” หมองลงไป

ทั้งนี้ ยังสำแดงความโดดเด่นเหนือกว่าหากนำไปวางเรียงอยู่เคียงข้างกับกรณีของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในนาม “สามมิตรสัญจร”

เพราะนี่เท่ากับไต่ไปกับประกาศคสช.ฉบับที่ 57/2557

หากพรรคพลังประชารัฐสร้าง “อภินิหาร” ในทางกฎหมายผ่าน 4 รัฐมนตรีซึ่งเข้าไปมีตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร

อภินิหารของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สดใสมากยิ่งกว่า

กรณีของพรรคประชาธิปัตย์ถือได้ว่าเป็นผลงานโดยตรงจากทีมงานของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แปรการแข่งขันภายในพรรคให้กลายเป็นกิจกรรมทางการเมือง

ไม่เพียงแต่อยู่ในความสนใจของสังคม

หากประการสำคัญเป็นอย่างมาก ยังสะท้อนสถานะอันเหนือกว่าในทางการเมืองซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงอยู่อย่างเหนือกว่าผู้เข้าชิงรายอื่นๆ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นใครย่อมรู้กันอยู่แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน