ท่าที การเมือง แนวโน้ม รัฐประหาร แปรเปลี่ยนไป

 

 

รู้สึกแปลกๆ หรือไม่ต่อ “ปฏิกิริยา” ในทางสังคมที่มีต่อคำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ต่อประเด็นการรัฐประหาร

อาจมีเสียงเชียร์จาก ผบ.ทอ.

อาจมีเสียงออกมาปกป้องและอรรถาธิบายอย่างอบอุ่นไม่ว่าจะจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รวมถึงการเห็นด้วยจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

แต่เสียงอันดังมาจากพรรคเพื่อไทยและนปช.ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็น นายจาตุรนต์ ฉายแสง ไม่ว่าจะเป็น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

หรือแม้กระทั่งเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ก็หงุดหงิด

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความสัมพันธ์อย่างมิอาจแยกขาดได้จากสถานการณ์ก่อนและหลังรัฐประหารเมื่อปี 2549

ยิ่งก่อนรัฐประหารเมื่อปี 2557 ยิ่งแนบแน่น

เพราะว่าแม้กระทั่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไปเป่านกหวีดเคียงข้างกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และรวมถึงหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นแกนนำกปปส.

นี่ย่อมเป็นชนักปักหลังพรรคประชาธิปัตย์

แต่พอได้ยินคำพูดของผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ไม่ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ก็หงุดหงิด ไม่เห็นด้วย

นี่คือการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์

หากไล่เรียงความเห็นต่อคำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ไปถามเป็นรายคนของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะสัมผัสได้ถึงจุดต่างและความเปลี่ยนแปลง

อย่าว่าแต่ นายอลงกรณ์ พลบุตร อย่าว่าแต่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

เพราะ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ชื่นชมเป็นอย่างสูงต่อผลงานจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ที่เล่นงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนต้องหนีออกนอกประเทศ

เพราะ นายอลงกรณ์ พลบุตร ก็ได้ “ตำแหน่ง” มากมาย

มีก็แต่กลุ่มของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันหมายรวม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ไปด้วยเท่านั้นที่มิได้รับการปูนบำเหน็จรางวัลใดๆ

จึงได้หงุดหงิดต่อคำพูดของ “ผบ.ทบ.”

สถานการณ์ของรัฐประหาร สถานการณ์ของคสช.และรวมถึงสถานการณ์ของผบ.ทบ.กำลังเข้ามาอยู่ในสภาพการณ์ใหม่

เป็นสภาพการณ์ของ “การเลือกตั้ง”

เมื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ใช้ตำแหน่งผบ.ทบ.ออกมาพูดอย่างนี้แม้ว่าจะสะท้อนความเป็นจริงของการเมือง การทหารในสังคมประเทศไทย

แต่ก็เกิดสภาวะ “แปลกแยก” กับ “การเลือกตั้ง” โดยพลัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน