วิเคราะห์การเมือง : รากฐาน ที่มา ของเพลง ประเทศกูมี กับ “แร็พเปอร์”

 

 

ปรากฏการณ์ที่บทเพลง “ประเทศกูมี” ทะลุ 15 ล้านและทะยานแตะไปยัง 16 ล้าน ถือได้ว่ามิใช่ปรากฏการณ์อย่างธรรมดา

นี่มิได้เป็นเรื่องของ “เพลง” อย่างโดดๆ

ตรงกันข้าม กรณีของ “ประเทศกูมี” ได้เข้าไปดำรงอยู่เหมือนกับเป็นเงาสะท้อนของอารมณ์และความรู้สึกในทางสังคมอย่างลึกซึ้งยิ่ง

บางช่วงมีผู้เข้าชม 1 แสนวิวใน 1 นาที

ยิ่งกว่านั้น ปฏิกิริยาที่ติดตามมาก็มิได้เกิดขึ้นเพียงภายในสังคมไทยเท่านั้น หากแต่ยังได้รับความสนใจในระดับนานาชาติขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

มีความเป็นไปได้ที่ยอดวิวอาจไปถึง 20 ล้าน

หากจับอาการอันปรากฏมาจาก นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หรือแม้กระทั่งล่าสุดจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มองเห็นว่า “ประเทศกูมี” มีเบื้องหลัง

เห็นได้จากบทสรุป “ทำร้ายประเทศ”

เห็นได้จากความสงสัยที่ว่า อาจมี “บางกลุ่ม” หรือแม้กระทั่ง “บางพรรคการเมือง” เป็นเงาทะมื่นอยู่ข้างหลัง

นั่นเพราะไม่รู้จักการเกิดของ RAD อย่างเป็นจริง

บทสรุปที่ออกมาจึงมองว่าเป็นเรื่องของเด็กๆ กระทำด้วยความคึกคะนอง หารู้ไม่ว่ากลุ่ม RAD มิใช่เด็กๆ อย่างที่เข้าใจ

บางส่วนอาจอายุ 20 แต่ส่วนใหญ่เลย 30 ไปแล้ว

เมื่อจับจากท่าทีล่าสุดที่เขาปิดกั้นการแสดงความเห็นต่อ “ประเทศกูมี” ผ่านเว็บเพจของกลุ่ม RAD ก็จะประจักษ์ได้ใน “วุฒิภาวะ” ในทางความคิด

ที่สำคัญก็คือ การป้องกันตัว

เพราะหากปล่อยให้หน้าเพจเป็นเวทีเสรี ก็จะมีความเห็นทั้งชมชอบ ทั้งชิงชัง และบางส่วนอาจไหลทะลักรุนแรง

รุนแรงกระทั่งอาจกลายเป็นประเด็นในข้อกฎหมาย

กลุ่ม RAD จึงมิได้ไร้เดียงสาอย่างที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มอง เผลอๆ อาจมีความรอบรู้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าด้วยซ้ำ

ตรงนี้เองที่ทำให้ปรากฏการณ์ “ประเทศกูมี” ทรงความหมาย

ไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นคสช. เป็นรัฐบาล เป็นรัฐมนตรี เป็นนักการเมือง หรือเป็นนักแต่งเพลง นักร้อง คนในวงการบันเทิง

ที่จำเป็น คือ ขอให้ฟัง “ประเทศกูมี” ก่อน

เมื่อฟังและพิจารณาในแต่ละท่อน แต่ละบาร์ อย่างตระหนักในธรรมชาติของ “แร็พ” อย่างตระหนักในความเป็นจริงของสังคม การเมืองของไทยในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา

ก็อาจจะยกนิ้วคารวะ มากกว่าจะประณามหยามเหยียด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน