วิเคราะห์การเมือง : บทเรียน ยูทูบ แร็พ ไทยแลนด์ 4.0 พื้นที่ โซเชี่ยล
ในความเป็นจริง การเปิดตัว “ไทยแลนด์ 4.0” ในวันที่ 1 พฤศจิกายนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมิได้เป็นความคิดประดิษฐ์สร้างแรกจากคสช.
เพราะก่อนหน้านี้ “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” ก็กระหึ่ม
สะท้อนให้เห็นว่า คสช.ได้เปิด “แนวรบด้านเพลง” มาตั้งแต่แรกที่ทำรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ด้วยซ้ำไป
เพียงแต่เมื่อเกิดปรากฎการณ์ “ประเทศกูมี”
บรรดาบทเพลงทั้งหลายไม่ว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” หรือแม้กระทั่ง “ใจเพชร” ก็พังครืนลงมาราวปราสาททรายต้องคลื่น
จึงจำเป็นต้องผลักดัน “ไทยแลนด์ 4.0” ผ่าน “แร็พ”
ต้องยอมรับว่าอิทธิพลและแรงสะเทือนจาก “ประเทศกูมี” ได้ทำให้คสช.และรัฐบาลขยับจากพื้นที่เพลงในแบบ “พ็อพ” หรือ “ลูกทุ่ง” ตามความเคยชินเข้าไปสู่ “แร็พ”
เท่ากับ “ประเทศกูมี” กวักเรียก “ไทยแลนด์ 4.0”
การนำเสนอ “ไทยแลนด์ 4.0” จึงไม่เพียงแต่จะสร้างสีสันใหม่ให้กับวงการเพลง หากแต่ยังเท่ากับยืนยันว่ามาตรการ “เดิม” ไม่ได้ผล
นั่นก็คือ มาตรการแบบ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
ยิ่งมาตรการแบบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่จะงัดเอา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เข้ามาฟาดกระหน่ำ ยิ่งไม่ได้ผล
จึงต้องเอา “เพลง” สู้กับ “เพลง”
หากมองผ่านจากเครื่องมือที่คสช.และรัฐบาลมีอยู่ในมือ โอกาสที่ “ไทยแลนด์ 4.0” จะต้องพุ่งทะยานเหนือกว่า “ประเทศกูมี” อย่างแน่นอน
เพราะ “ประเทศกูมี” เป็นเพียงแร็พเปอร์ 10 คน
ขณะที่ “ไทยแลนด์ 4.0” ไม่เพียงแต่จะมาจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หากแต่ยังผ่านการการันตีจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นั่นหมายถึงทุกกลไกที่มีอยู่จะต้อง “สนอง”
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้เป็นหัวหน้ารัฐบาลอย่างโดดๆ หากแต่ยังอยู่ในฐานะหัวหน้าคสช.อีกด้วย
ทั้งพลเรือน ตำรวจและทหารจึงเตรียมพร้อมรองรับ
กล่าวไปแล้วการผลักดัน “ไทยแลนด์ 4.0” ผ่านทางยูทูบ ก็เหมือนกับการเปิดพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์
นั่นก็คือ การเสนอตัวต่อ “สาธารณะ”
ผู้ผลักดันในการนี้อาจประเมินด้านความพร้อมที่คสช.และรัฐบาลมีอยู่จะเหมือนกับหมัดหนักทุ่มลงไปในพื้นที่ของโซเชี่ยล มีเดีย
แต่โซเชี่ยลมิได้มีเพียง “ไลก์” หากแต่ยังมี “ดิสไลก์” อยู่ด้วย