วิเคราะห์การเมือง : เบื้องหน้าย้ายพรรค พลังประชารัฐได้อดีตส.ส. “เบื้องหลัง” คืออะไร
วิเคราะห์การเมือง : มีทั้งความเหมือนและความต่างในการเข้าพรรคพลังประชารัฐของอดีตส.ส. หรือหลายคนของพรรค ไเพื่อไทย
ไม่ว่าจะเทียบกับกรณีของตระกูล “คุณปลื้ม” หรือ “อัศวเหม”
ไม่ว่าจะเทียบกับกรณีของจังหวัดเลย กรณีของจังหวัดนครราชสีมา กรณีของจังหวัดอุบลราชธานี กรณีของจังหวัดเพชรบูรณ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของจังหวัดกำแพงเพชร
ความเหมือนอยู่ตรงที่การไหลเข้าไปทำให้ปริมาณของ “อดีตส.ส.” ภายในพรรคพลังประชารัฐมีความคึกคัก เข้มข้น เป็นอย่างสูง
แต่ต่างอยู่ตรงที่ความไม่ค่อยจะสุกงอมเท่าใดนัก
ตัวอย่างที่เด่นชัดมากอย่างยิ่ง คือ ตัวอย่างการเข้าพรรคพลังประชารัฐของ นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ เพราะว่าเป็นการเข้าไปพร้อมกับ “น้ำตา”
เป็นน้ำตาแห่งความคับแค้นและขมขื่น
เพราะว่าบิดา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อยู่ในที่คุมขังอันเนื่องจากผลสะเทือนของโครงการรับจำนำข้าวในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
คับแค้นเพราะว่าเจ็บป่วย สาหัส ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
ขมขื่นใจไม่เพียงเพราะว่าจะต้องการการดูแลอย่างเป็นพิเศษ หากแต่คงมิอาจลืมได้ว่าที่ต้องเข้าไปอยู่ในที่คุมขังเพราะผลสะเทือนจากอะไร
เป็นเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือเพราะปัจจัยอื่น
ยิ่งเมื่อเข้าไปทำความเข้าใจต่อกรณีของอ ดีตส.ส. กำแพงเพชร ที่นำโดย พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ รวมถึง นายไผ่ ลิกค์ ก็ยิ่งสัมผัสได้ในเงื่อนงำ
เป็นเงื่อนงำอันเนื่องแต่ นายวราเทพ รัตนากร
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ นายวราเทพ รัตนากร ถอนตัวออกจากความปั่นป่วนจากปัญหาทั้งปวงโดยลอยอยู่ห่างจากทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ
โดยคนที่เข้าพรรคพลังประชารัฐต่างแถลงตรงกัน
นั่นก็คือ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเข้าพรรคพลังประชารัฐของพวกตนจะช่วยทำให้ข้ามความขัดแย้งแตกแยกไปได้
แต่ขัดแย้งและแตกแยกอย่างไร ไม่มีการไขให้แจ่มชัด
ในความเป็นจริง พรรคพลังประชารัฐได้คนจากพรรคเพื่อไทยเพื่อไปเพิ่มปริมาณ “อดีตส.ส.” อย่างเห็นเด่นชัดเป็นรูปธรรม
แต่ภายในความเด่นชัดเชิง “ปริมาณ” ก็มากด้วยความละเอียดอ่อน
จากภาพที่เห็น “เบื้องหน้า” เมื่อคลี่ออกมาให้เห็นถึง “เบื้องหลัง” และรากฐานการกดบีบในทางการเมืองก็เห็นด้านอันอัปลักษณ์อย่างยากจะปิดบัง อำพราง
จะได้คุ้มกับที่ “เสีย” หรือไม่ ไม่นานน่าจะมี “คำตอบ”