วิเคราะห์การเมือง : จังหวะ การตลาด ชื่อของนายกรัฐมนตรี จาก ไทยรักษาชาติ
วิเคราะห์การเมือง – สถานการณ์มีส่วนอย่างสำคัญในการสร้างวีรบุรุษ สถานการณ์มีส่วนอย่างสำคัญในการผลักดันบทบาทและความหมายของพรรคการเมือง
ขอให้ดูจากกรณีของ “ไทยรักษาชาติ”
รับรู้ว่าการเกิดขึ้นของพรรคไทยรักษาชาติเป็นไปตามยุทธวิธีการแยกแตกตัวอย่างที่เรียกว่าแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อยในทางการเมือง
เพราะเห็นการสร้างโอกาสของ “พรรคประชาชาติ”
เพราะอ่านเกมทะลุว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จงใจยกร่างขึ้นมาเพื่อสกัดขัดขวางมิให้พรรคเพื่อไทยชนะขาดเหมือนที่พรรคไทยรักไทยเคยชนะมาแล้วในปี 2544
จึงเกิดพรรคเพื่อธรรม เพื่อชาติ ประชาชาติ ไทย รักษาชาติ ขึ้น
แต่แล้วเมื่อพรรคไทยรักษาชาติประกาศรายชื่อผู้สมัครส.ส. ระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อออกมาโดยตั้งเป้าหมายว่าน่าจะได้ ส.ส.อยู่ระหว่าง 50-60 คน
ถือได้ว่าเป็นพรรคระดับ “กลาง” มิใช่พรรค “ใหญ่”
แต่ที่สร้าง “ปริศนา” เป็นอย่างมากก็คือ ยังไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อที่จะเสนอเป็น “นายกรัฐมนตรี” ในนามของพรรค
เพียงบอกว่า ไม่ใช่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ไม่ใช่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง
เท่านั้นแหละ ก็เกิดความคาดหมายอย่างวิลิศมาหรา เพราะมีการยืนยันด้วยว่าไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่คนจากตระกูลชินวัตร
เท่านั้นแหละแสงแห่งสปอตไลต์ก็ฉายจับ “ไทยรักษาชาติ”
เป็นการฉายจับโดยมองกันว่า ท่าทีลังเลไม่แน่ใจอันออกมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องจากตัวบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ
ต้องเป็นบุคคลสำคัญ และมีผลสะเทือนทางการเมือง
หากไม่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงไม่แถลงถ้อยคำบางถ้อยคำออกมาแปลกๆ ถึงระดับที่ว่าทำใจไว้แล้วว่าอาจไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ
น่าน โก โซ บิ๊ก ถึงขนาดนั้นเลยเชียว
ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงมิได้มีอะไรลึกลับซับซ้อน ตามกำหนด ของกกต.ทุกคนก็จะต้องรู้ภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แน่นอน
ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรคไทยรักษาชาติ
จังหวะก้าวอันเกี่ยวกับรายชื่อแคนดิเดต “นายกรัฐมนตรี” จึงทำให้แสงแห่งสปอตไลต์ฉายจับไปยังพรรคไทยรักษาชาติอย่างพร้อมเพรียงกัน
หากถือเป็น “การตลาด” ก็ระดับเอกอุ
เอกอุขนาดบรรดาศิษยานุศิษย์ ฟิลิป คอตเลอร์ ภายในพรรคพลังประชารัฐก็ต้องจับตาติดตามด้วยอาการกระบอกตาร้อนผ่าว
สถานการณ์สร้างความสนใจให้กับ “ไทยรักษาชาติ” โดยแท้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :