บทก้าวพลังดูดเป้าหมายพลังประชารัฐ พื้นที่ภาคอีสาน

บทก้าวพลังดูดเป้าหมายพลังประชารัฐ มีความคึกคักจากภายในพรรคพลังประชารัฐเป็นอย่างสูงภายหลังจากกกต.เปิดไฟเขียวให้ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการหาเสียงมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการลงไปในพื้นที่พร้อมกับผู้สมัคร

ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเวทีปราศรัย ความคึกคักนี้สัมผัสได้จากข้อเสนอให้เปิดคิวปราศรัยที่จังหวัดนครราชสีมาในวันที่ 10 มีนาคมเป็นจุดแรก

ที่เหลืออีก 10 กว่าวันจะตระเวนไปทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ

ความคึกคักนี้มาพร้อมกับความมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้คะแนนเสียงมากขึ้นและสามารถกำชัยเหนือพรรคการเมืองในภาคอีสาน

เมื่อเอ่ยถึงการยึดครองพื้นที่ภาคอีสานในทางการเมืองมักมองไปยังพรรคเพื่อไทย เพราะว่ายึดครองมาตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งปี 2544

ต่อเนื่องมายังพรรคพลังประชาชนในปี 2550 และพรรคเพื่อไทยในปี 2554

อาจกล่าวได้ว่า ที่พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักไทย ครองความยิ่งใหญ่ก็เพราะยึดครองพื้นที่ภาคอีสานได้เป็นสำคัญ

เพราะใน 20 จังหวัดภาคอีสานมีส..ถึง 116 คน

คำประกาศของพรรคพลังประชารัฐจึงเท่ากับเป็นการตัดไม้ข่มนามต่อพรรคเพื่อไทยโดยตรง ทั้งๆ ที่มีผลข้างเคียงต่อพรรคการเมืองอื่นด้วย

หากสำรวจพื้นที่ภาคอีสานอย่างจริงจังก็จะมองเห็นว่ามีพรรคการเมืองอย่างน้อย 4 พรรคที่จะได้รับผลสะเทือนจากการรุกเข้ามาของพรรคพลังประชารัฐ

พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาและพรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคชาติไทยพัฒนาอาจไม่ได้ยึดครองอะไรมากนัก แต่กล่าวสำหรับพรรคชาติพัฒนาและพรรคภูมิใจไทยมีความหนักแน่นจริงจังมาก

ไม่เพียงแต่ที่อุบลราชธานี หากเป็นที่นครราชสีมา

การดูดเอาตระกูลรัตนเศรษฐเข้ามาอาจสร้างความมั่นใจ แต่อย่าลืมเป็นอันขาดว่าพรรคชาติพัฒนาก็ถือนครราชสีมาเป็นบ้านเกิด พรรคภูมิใจไทยก็หมายปองอยู่

คําประกาศของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ว่ากำชัยชนะชนิดยกจังหวัดไม่ว่าที่นครราชสีมา ไม่ว่าที่ขอนแก่น ไม่ว่าที่สุรินทร์ จึงก่อความหงุดหงิดไม่น้อย

มิได้เป็นความหงุดหงิดของแชมป์เก่าอย่างพรรคเพื่อไทย

ตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็หงุดหงิด พรรคชาติพัฒนาที่แจ้งเกิดให้กับ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ก็หงุดหงิด

คำประกาศนี้จึงส่งผลสะเทือนเหมือนกับลูกระนาดทางการเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน