วิเคราะห์การเมือง
หากคณะศิษยานุศิษย์ “ธรรมกาย” สามารถจัดตั้งการชุมนุมบริเวณพื้นที่ตลาดน้ำหมักป้าเช็งได้อีกจุด 1 นั่นหมายถึงพัฒนาการ นั่นหมายถึงการขยาย
ขยายจาก “คลองสาม” ไปยัง “คลองสอง”
กระนั้น หากมองแต่ละกระบวนท่าของคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายอย่างวิเคราะห์ บางทีที่คิดว่าจะ “ขยาย” อาจไม่ใช่ก็ได้
เพราะเนื้อแท้แล้วต้องการรักษาจุดที่ “ตลาดกลาง” คลองหลวงมากกว่า
ใครก็ตามที่ประเมินบทบาทของการเคลื่อนไหวบริเวณนอกวัดพระธรรมกาย จึงเริ่มรู้สึกแล้วว่ามิได้ดำเนินไปในท่วงทำนองแบบ 1 บวก 1 เท่ากับ 2 เสียแล้ว
นี่มิใช่การชี้โพรงในเชิง “คิดลึก” หรือ “คึกฤทธิ์”
ความจริง กำเนิดแห่งการชุมนุมในพื้นที่ “ตลาดกลาง” ต่างหากที่น่าศึกษาในเชิงกลยุทธ์ เชิงกระบวนท่าแต่ละก้าวย่างอย่างเป็นพิเศษ
เหมือนกับเป็น “ธรรมชาติ” แต่น่าจะ “ซับซ้อน”
ถามว่าการชุมนุม พระภิกษุ สามเณร และคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายในพื้นที่ “ตลาดกลาง” เกิดขึ้นได้อย่างไร
คำตอบเริ่มจากวันที่ 23 กุมภาพันธ์
คงจำกันได้ว่า “ดีเอสไอ” เริ่มปฏิบัติการรุกเข้าไปในพื้นที่ของวัดพระธรรมกายตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปยังเช้าตรู่ของวันที่ 17 กุมภาพันธ์
เหมือนกับจะ “สำเร็จ” เหมือนกับจะ “พอใจ”
แต่แล้วความเป็นจริงที่ทุกคนล้วนรับรู้ร่วมกันก็คือ สามารถรุกเข้าไปได้จริงแต่ไม่สามารถค้นพบ พระเทพญาณมหามุนี แม้กระทั่ง “เงาร่าง” ที่คิดว่านอนอยู่ภายในอาคารดาวดึงส์ เนื้อที่โซน เอ จำนวน 196 ไร่ ก็ไม่ใช่ แม้จะรุกเข้าไปในโซนบี จำนวน 2,000 กว่าไร่ก็ไร้ร่องรอย
ตรงนี้แหละนำไปสู่การปฏิบัติการในวันที่ 23 กุมภาพันธ์
เป้าหมายพื้นฐานของปฏิบัติการในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ผ่านการเจรจาระดับหนึ่ง แต่ได้รับการปฏิเสธจากวัดพระธรรมกาย
การเข้มที่ประตู 5 ประตู 6 จึงเริ่มขึ้น
มาตรการเข้มนี่แหละทำให้มีการจัดตั้ง “ม็อบ” ขึ้นอีกแห่งบริเวณ “ตลาดกลาง” คลองหลวง ประชิดกับประตู 5 และประตู 6
ต่อมาก็มีการใส่บาตรเพื่อนำส่งภัตตาหารเข้าไปภายในวัด
จากวันที่ 23 กุมภาพันธ์ จึงมีการกำหนดมาตรการบีบรัดเพื่อมิให้การชุมนุมบริเวณ “ตลาดกลาง” พัฒนาขยายตัวและรุนแรงถึงขั้นห้ามการชุมนุม
ตรงนี้แหละที่ก่อให้เกิดการขยับไปยัง “ตลาดน้ำหมักป้าเช็ง” คลองสอง
แน่นอน ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่สกัดขัดขวางการก่อหวอดบริเวณตลาดน้ำหมักป้าเช็ง คลองสองได้
กระนั้น ความพยายามที่จะสลายและไม่ให้มีการชุมนุมบริเวณ “ตลาดกลาง” คลองหลวงก็ล้มเหลวเช่นเดียวกัน มวลชนยังปักหลักอยู่ไม่ยอมไปไหน
แท้จริงแล้ว “ตลาดกลาง” ต่างหาก คือ การพยายามรักษาเอาไว้