ท่วงท่า อาการ จังหวะก้าว อนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ท่วงท่า อาการ จังหวะก้าว อนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ – พรรคอนาคตใหม่และโดยเฉพาะ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สามารถสร้างประเด็นและก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดก็ประกาศเป็น “นายกรัฐมนตรี”

นี่เท่ากับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรค อนาคตใหม่ได้ผลักดันตนเองเข้าไปยืนเรียงเคียงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐ

แน่นอน ปฏิกิริยาและผลสะเทือนก็เป็นไป 2 แนวทาง

แนวทาง 1 จากผู้ที่ไม่ชอบก็เยาะหยันและมองว่าเป็นอาการ “ดิ้น” เฮือกสุดท้าย แนวทาง 1 จากผู้ที่ชมชอบ ก่อให้เกิดความหวัง และเห็นแสงสว่างขึ้นรำไรในท่ามกลางความมืดมิด

หากสำรวจปฏิกิริยาไม่ว่าจะจากบนหน้าสื่อเก่าอย่างหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าบนหน้าใหม่อย่างทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรือไลน์

เสียง 1 เห็นว่าคำประกาศนี้เป็นการแก้เกี้ยว

เพราะในวันเดียวกันนั้นกกต. ก็ได้ส่งเรื่องการถือครองหุ้นของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ อันเท่ากับเป็นการดับ “ดาวรุ่ง” อย่างสิ้นเชิง

เสียง 1 เห็นว่าคำประกาศสะท้อนถึงการต่อสู้อย่าง ต่อเนื่อง

ทั้งๆ ที่ปะเข้ากับ 16 คดีจากคสช. และเครือข่าย แทนที่พรรคอนาคตใหม่หรือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะยอมจำนน ลดบทบาท ตรงกันข้าม กลับไม่มีแววพรั่นพรึงเลย

ท่วงทำนองของนักการเมืองโดยทั่วไปเมื่อประสบ เข้ากับรังมีอำมหิตจากผู้กุมอำนาจอย่างคสช. ก็มักจะถอยหาทางประนีประนอมเพื่อเอาตัวรอดไว้ก่อน

โดยพื้นฐานก็ลดบทบาท ดำรงอยู่เงียบๆ

หวังจะอาศัยความเงียบจากการไม่เคลื่อนไหวเพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจ ขณะเดียวกัน ก็ใช้เครือข่ายที่มีอยู่ เพื่อเจรจาต่อรอง ผ่อนหนักให้กลายเป็นเบา

แต่ท่วงทำนองของพรรคอนาคตใหม่กลับเป็นตรง กันข้าม

ไม่ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ไม่ว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค กลับเคลื่อนไหวในลักษณะ “ดับเครื่องชน” ไม่ประนีประนอม อ่อนข้อ

ไม่ว่าในที่สุดแล้วชะตากรรมของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะเป็นอย่างไร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ขาดคุณสมบัติ หรือว่าไม่มีความผิด

ได้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ประเด็นสำคัญที่เหลืออยู่ให้สังคมได้ขบคิดพิจารณา 1 ท่วงทำนองทางการเมือง และ 1 เนื้อหา และสิ่งที่เรียกว่าการปักธงในทางความคิด

ดำเนินไปในลักษณะที่สร้างสรรค์ เป็นคุณกับความคิดประชาธิปไตยหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน