วิเคราะห์การเมือง : การรุก การถอย ของ 52 ประชาธิปัตย์ยึด ยุทธศาสตร์

การรุก การถอย ของ 52 ประชาธิปัตย์ ยึด ยุทธศาสตร์ : พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในห้วงเวลาอันสำคัญยิ่งในทางการเมือง ภายหลังการเลือกตั้ง ภายหลังการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่

เมื่อประสบความพ่ายแพ้แม้กระทั่งในกทม. และ ภาคใต้

กทม.อันเคยเป็นพื้นที่ในความยึดครอง ภาคใต้อันเคยเป็นพื้นที่ในความยึดครอง ถูกแย่งชิงไปโดยพรรคพลังประชารัฐ

กระทั่งในกทม. ไม่ได้รับเลือกแม้แต่คนเดียว

การได้รับเลือกเข้ามา 52 เมื่อเทียบกับที่เคยได้ เกิน 100 มาอย่างต่อเนื่อง ถือได้ว่าเป็นความพ่ายแพ้ และเป็นความพ่ายแพ้ที่จะต้องเลือกว่าจะรุก หรือว่าจะถอย

คําถามที่ท้าทายต่อ 52 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างสูงก็คือ จะร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ หรือจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ

เหมือนกับการเข้าร่วมจะถือได้ว่าเป็นการรุก

ขณะเดียวกัน เหมือนกับการปฏิเสธเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ จะถือได้ว่าเป็นการถอยในทางการเมือง

ที่ว่ารุกเพราะว่าได้ร่วมเป็นรัฐบาล

ที่ว่าถอยเพราะว่าการปฏิเสธพรรคพลังประชารัฐ เท่ากับเป็นการปฏิเสธบทบาทในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล และกลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลและกลายเป็นฝ่ายค้านโดยปริยาย

มีผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองมากหลายวิเคราะห์ผลดี ผลเสีย ที่จะมีต่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าในด้านการเข้าร่วมรัฐบาล ไม่ว่าในด้านการเป็นฝ่ายค้าน ไว้มากมายหลายทาง

หากเป็นรัฐบาลก็มีโอกาสในการปฏิบัตินโยบาย

หากเป็นฝ่ายค้านก็จะถูกกวาดไปรวมอยู่กับพรรค เพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ในทางการเมืองอันเข้มข้น

การเลือกของพรรคประชาธิปัตย์จึงสำคัญ

ไม่เพียงสำคัญเพราะว่าได้เป็นรัฐบาล หรือว่าเป็นฝ่ายค้าน หากสำคัญต่ออนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะเติบใหญ่ พัฒนา หรือว่าร่วงโรย

ถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าการเข้าร่วมรัฐบาลจะเป็นการรุก แปรความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ หรือการไม่ร่วมรัฐบาลจะเป็นการถอย เป็นการจมอยู่กับความพ่ายแพ้

ประเด็นอยู่ที่ว่าจะรุกหรือถอยอย่างไร

จะรุกอย่างดำรงจุดมุ่งหมายหรืออุดมการณ์อันแน่วแน่ จะถอยอย่างเป็นฝ่ายกระทำดำรงจุดมุ่งหมายหรืออุดมการณ์แน่วแน่

นั่นคือรุกอย่างมียุทธศาสตร์ นั่นคือถอยอย่างมียุทธศาสตร์

คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน