คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ระหว่างที่ดีเอสไอเปิดยุทธการปิดล้อมวัดพระธรรมกาย เพื่อจับตัว พระไชยบูลย์ สุทธิผล อย่างเข้มข้น มีการขยับขับเคลื่อน 1 ซึ่งสะท้อนความต้องการในขั้นตอนต่อไป
นั่นก็คือ การเคลื่อนไหวเข้าไปจัดระเบียบ “ธรรมกาย”
บรรดา “กองเชียร์” ต่างมองข้ามช็อตไปยังการเปลี่ยนตัวรักษาการเจ้าอาวาสและส่งเจ้าอาวาสคนใหม่เข้าไปรับผิดชอบวัดพระธรรมกายอย่างเต็มที่ เต็มเวลา
กระทั่งมีการเสนอ พระไพศาล วิสาโล เข้าไป
ขณะเดียวกัน ก็มีการเคลื่อนไหวของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในการเสนอร่างกฎหมายเพื่อปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา
เน้นอย่างเป็นการจำเพาะไปยังการบริหารวัด บริหารทรัพย์สินของวัด
ระยะกาลเดียวกันนั้น คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเคยมีบทบาทอย่างสูงในการปรับแก้พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 3 วาระรวด
ก็ออกมา “ขานรับ” และแสดงความพร้อมในการขับเคลื่อน
จากรูปธรรมการเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายอย่างแท้จริงในปฏิบัติการตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 5/2560 มิได้จำกัดอยู่ที่ พระไชยบูลย์ สุทธิผล
ตรงกันข้าม เป้าหมายแท้จริงอยู่ที่วัดพระธรรมกาย
ความหวาดเกรงของบรรดาศิษยานุศิษย์มีสูงถึงระนาบที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านและเรียกขานการเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ว่าต้องการ “ยึดวัด” จึงเริ่มมีเค้าลาง
เพราะหากไม่เปลี่ยน “ผู้บริหาร” ก็ยากจะเปลี่ยน “วัด” ได้
และหากไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้าง ภายในวัดพระธรรมกาย กระบวนการในแบบธรรมกายอย่างที่ปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่องตลอด 40 กว่าปีก็ยังดำรงอยู่ อันเท่ากับว่าทั้งหมดแค่เปลี่ยนและเอา พระไชยบูลย์ สุทธิผล ออกไปจากวงจร แต่บรรดา “ธรรมทายาท” ก็ยังครองอำนาจไม่เปลี่ยนแปลง
ความมั่นใจในการจัดระเบียบวัดพระธรรมกายจึงขึ้นสู่กระแสสูง
แต่แล้วยังไม่ทันที่จะได้มีการประชุมหรือจัดร่างเนื้อหาในทางกฎหมายก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชนิดหักเลี้ยว 360 องศาขึ้น
นั่นก็คือ การไม่ขานรับของสมาชิกสภานิติบัญญัติ
รูปธรรม 1 คือ การอ้างความเห็นของ พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว
มีคำสั่งระงับการปรับแก้พ.ร.บ.คณะสงฆ์ไว้ก่อน
เหตุผลก็คือ 1 ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ขณะเดียวกัน เหตุผล 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากก็คือ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องกระทำด้วยความรอบคอบและรัดกุม
ทั้งหมดจึงเท่ากับเป็นการติด “ดิสก์เบรก” ไปโดยอัตโนมัติ
เรื่องของวัดพระธรรมกาย เรื่องของ พระไชยบูลย์ สุทธิผล ซึ่งทำท่าว่าน่าจะราบรื่นก็ทำท่าว่าไม่เป็นเช่นนั้น
เห็นได้จากการค่อยๆ ผ่อนปรนมาตรการปิดล้อมบริเวณวัดพระธรรมกาย เห็นได้จากการค่อยๆ เงียบลงของปฏิบัติไล่ล่า พระไชยบูลย์ สุทธิผล กระทั่งกลายเป็นข่าวเล็กลงเป็นลำดับ
เรื่องของวัดพระธรรมกายจึงแปรเปลี่ยนไปเป็นหนังคนละม้วน