สงครามการเมือง กระบวนการเลือกตั้งซ่อม สัประยุทธ์เข้มข้น
คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
สงครามการเมืองกระบวนการเลือกตั้งซ่อม : การเลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่นกำลังเป็นบทเรียนอย่างสำคัญ ไม่ว่าจะต่อพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะต่อพรรคอนาคตใหม่
เป็นบทเรียนที่จะต้องเก็บรับ ประมวลและสรุป
รายละเอียดภายใน “บางอย่าง” ของกระบวนการเลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่นอาจแตกต่างไปจากการเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม
แต่จุดร่วมอย่างสำคัญก็คือ ต้องต่อสู้กับ “อำนาจรัฐ”
หากทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่สามารถประมวล วิเคราะห์และสรุปได้อย่างทันกับสถานการณ์ก็จะเป็นบทเรียนที่สมุทรปราการและกำแพงเพชรได้
พรรคอนาคตใหม่อาจไม่เคยได้รับรู้ “อำนาจ” แห่งอำนาจรัฐในสถานะของการเป็นรัฐบาล แต่พรรคเพื่อไทยมีความจัดเจนมาแล้วตั้งแต่ยังพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน
ย่อมรู้ดีว่านี่คือ จุดได้เปรียบอย่างสำคัญ
ในการเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐมอาจถูกม่านบังตาจากบารมีเดิมของตระกูล “สะสมทรัพย์” กระทั่งลืมไปว่าพรรคชาติไทยพัฒนาคือพรรคร่วมรัฐบาล
จึงมองข้ามว่าทำไมจึงไม่เลือกตั้งใน “วันอาทิตย์”
แต่พอมาถึงการเลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่นความพร้อมของพรรคพลังประชารัฐจึงปรากฏขึ้นอย่างพร้อมมูล เต็มเปี่ยม ไม่ว่าระดับจังหวัด ไม่ว่าระดับหมู่บ้าน
ไม่ว่าความตั้งใจของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าความตั้งใจของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าความตั้งใจของพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าความตั้งใจของพรรคอนาคตใหม่
คือ แพ้ไม่ได้ที่ขอนแก่น แพ้ไม่ได้ที่นครปฐม
การแสดงออกของพรรคเพื่อไทยก็อีหรอบเดียวกับการแสดงออกของพรรคอนาคตใหม่ นั่นก็คือ ตั้งความหวังกับการรณรงค์หาเสียงด้วยการเปิดเวทีปราศรัย
นี่ย่อมตรงกันข้ามกับพรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา
2 พรรคหลังไม่เน้นเวทีปราศรัย แต่เน้นความได้เปรียบในฐานะที่กุมกลไกอำนาจรัฐ อย่าได้แปลกใจหากว่าจะมีผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้ง อย่าได้แปลกใจหากจะเห็นธงเบอร์ 2 บนโต๊ะของกกต.
ชัยชนะของ นายสมศักดิ์ คุณเงิน จึงไม่ใช่ชัยชนะของพรรคพลังประชารัฐ หากแต่เป็นชัยชนะของ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อพรรคเพื่อไทย
เป็นชัยชนะของรัฐบาล เป็นชัยชนะของ “อำนาจรัฐ”
คำถามอยู่ที่ว่า ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ ตระหนักในความเป็นจริงทางการเมืองแห่งการสืบทอดอำนาจจากรัฐประหารมายังการเลือกตั้งหรือไม่ เพียงใด
เพราะนี่คือสงคราม เพราะนี่คือการต่อสู้อันเข้มข้น เอาเป็นเอาตาย