คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
กรณีของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นปรอทสะท้อนอารมณ์และความรู้สึกที่ดำรงอยู่ภายในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี
ทั้งๆ ที่ตำแหน่งที่เขาได้ มิได้เป็นตำแหน่งทางบริหาร
ตำแหน่งประธานสภานิสิต เป็นตำแหน่งเหมือนประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือตำแหน่งประธานวุฒิสภา
อยู่ในปีกด้าน นิติบัญญัติ มิใช่ปีกด้าน บริหาร
ในทางการเมืองก็เห็นกันอยู่ว่า การเสนอบุคคลใดเข้าดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภา คือการตีกันออกไปจากฝ่ายบริหาร ทำให้คู่แข่งในตำแหน่ง รัฐมนตรี ลดลง
ไม่ว่าจะในยุค นายชวน หลีกภัย ไม่ว่าจะในยุค นายอาทิตย์ อุไรรัตน์
แล้วเหตุใดเมื่อ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ได้รับเลือกจากสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงกลายเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครม
คำตอบ 1 มาจากตัวตนของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ตั้งแต่ยังเรียนมัธยมก่อนเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย
เพราะว่า นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ดำรงอยู่อย่างสวนกระแส
เขาได้ชื่อว่าเป็น เด็กเรียน ขณะเดียวกัน ยังเป็นเด็กเรียนซึ่งให้ความสนใจกับปัญหาในทางสังคมและการเมือง
แสดงความเห็นได้อย่างแหลมคมในหลายๆ ปัญหา
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอันเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในทางการเมือง สัมผัสได้จากล่าสุดเมื่อเขาโต้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คำตอบ 1 มาจาก อารมณ์ค้าง ในทางสังคม ในทางการเมือง
เป็นอารมณ์ค้างที่ดำรงอยู่ตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เป็นอารมณ์ค้างที่ดำรงอยู่ตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
อารมณ์ค้างจากความขัดแย้ง จากการแตกแยกในทางความคิด
อย่าได้แปลกใจที่ปฏิกิริยาต่อการเป็นประธานสภาของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล จะดำเนินไปในลักษณะ 2 กระแส
เห็นด้วยก็ชื่นชมยินดี ไม่เห็นด้วยกับเยาะเย้ย หยามหยัน
กรณีของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล จึงทำให้ความขัดแย้ง แตกแยกในทางความคิดที่ดำรงอยู่ในสังคมได้ปะทุออกและสาดซัดเข้าใส่กันอย่างเมามัน
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ยังไม่ได้ทำอะไรเลย
ตามระเบียบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุดเริ่มจะอยู่ที่เดือนกรกฎาคม คืออีก 2 เดือนข้างหน้า
ปฏิกิริยาอันแสดงออกและความต่อเนื่องไปยังนักการเมือง แม้กระทั่ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ถูกหางเลขเข้าเต็มพิกัด
บางทีเส้นทางเป็นประธานของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อาจไม่ราบรื่นก็เป็นได้