คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
กรณีของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล สะท้อนลักษณะ โกลาหล อย่างยิ่งในทางความคิดที่ดำรงอยู่ภายในสังคมไทย
เป็นความโกลาหลเนื่องจาก หวาดระแวง
นี่เป็นอาการอย่างเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นก่อนสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และเกิดขึ้นก่อนสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ทำให้เกิด ผีทักษิณ ทำให้เกิด ผียิ่งลักษณ์
และเมื่อเห็น นายทักษิณ ชินวัตร เป็นศัตรู และเมื่อเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นศัตรู ก็พร้อมที่จะต่อหัวต่อหาง
สร้างภาพกระทั่งกลายเป็น ผี อันน่ากลัว และชั่วร้าย
เพราะติดโรคมาจากกรณีทักษิณ กรณียิ่งลักษณ์ ทำให้เกิดการกวาดต้อน นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ไปรวมอยู่ในมุมเดียวกัน
นี่ก็เหมือนก็เมื่อเดือนตุลาคม 2516
ถามว่าการก่อรูปขึ้นของ กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ที่มี นายธีรยุทธ บุญมี เป็นผู้นำนั้นมาจากรากฐานทางความคิดอย่างไร
ตอบได้เลยว่า ต้องการ รัฐธรรมนูญ
เป็นการเรียกร้ององค์ประกอบพื้นฐานอย่างหนึ่งอันดำรงอยู่ภายในระบอบประชาธิปไตย เพราะว่ารัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2514 ทำให้สังคมย้อนกลับไปยังยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
แต่แล้วก็มีการโยนข้อหา คอมมิวนิสต์ ให้
ใครไหนเล่าจะไปเชื่อว่า นายธีรยุทธ บุญมี เป็นคอมมิวนิสต์ ใครไหนเล่าจะไปเชื่อว่า นายบัณฑิต นิลเองรัตน์ เป็นคอมมิวนิสต์
การลุกฮือจึงได้บังเกิดขึ้น
นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ก็แทบไม่แตกต่างไปจาก นายธีรยุทธ บุญมี เพียงแต่คนหนึ่งเรียนวิศวกรรมศาสตร์ คนหนึ่งเรียนรัฐศาสตร์
อย่างมากที่สุดที่จะเป็นก็คือ เสรีนิยม
การแสดงออกของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ก็เสมอเป็นเพียงการนำเอาความคิด เสรีนิยม ให้มีพื้นที่ของตนเองทั้งในมหาวิทยาลัยและในสังคม
แต่ก็ไปยัดเยียดให้เป็นพวกเดียวกับ เสื้อแดง และ เพื่อไทย
ที่ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อยากเห็นคือการเลือกตั้งอย่างที่ประเทศประชาธิปไตย อารยะ ทั่วไปเขามีกันเท่านั้น
นี่ก็เช่นเดียวกับที่ นายธีรยุทธ บุญมี เรียกร้องเมื่อเดือนตุลาคม 2516
จากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2514 มาถึงรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นเวลา 43 ปี
สังคมประเทศไทยไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าอะไรเลย ตรงกันข้าม กลับถอยกลับหลังและทำท่าว่าอาจถอยย้อนยุคไปถึงรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2500 ด้วยซ้ำไป
การเกิดขึ้นของ เนติวิทย์ จึงเสมอเป็น ปรากฏการณ์ หนึ่ง