วิเคราะห์การเมือง
ไม่ว่าข่าวปรับครม.จะเป็นข่าวลือ หรือจะเป็นข่าวปล่อย แต่ภายในกระบวนการของการลือ ภายในกระบวนการของการปล่อยออกมามีความเด่นชัด
เด่นชัดว่า “เศรษฐกิจ” คือตัว “ปัญหา”
ขณะเดียวกัน หากในที่สุด “ข่าวลือ” กลายเป็น “เรื่องจริง” มีการปรับครม.ตามมาโดยเน้นอย่างเจาะจงไปยังรัฐมนตรีเศรษฐกิจ
ก็เท่ากับเป็นการยืนยันอย่างเป็น “รูปธรรม”
เป็นการยืนยันจากยุครองนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มายังยุครองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ว่าผลงานและความเป็นจริงเป็นอย่างไร
ชุดแรก “ล้มเหลว” ชุดหลังก็ยัง “ล้มเหลว”
หากย้อนกลับไปพิจารณาบทสรุปจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เมื่อพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีก็จะประจักษ์ในความเป็นจริง
ความเป็นจริงว่าทำไมจึงไม่ประสบความสำเร็จ
บทสรุปของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ว่าความล้มเหลวในทางการบริหารมาจากสภาพความเป็นจริงทางการบริหารและในลักษณะที่ว่า
“แบ่งแยกแล้วปกครอง”
นี่เป็นแนวทางการบริหารที่เจ้าอาณานิคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหราชอาณาจักรใช้กับ “อาณานิคม” ไม่ว่าจะเป็นที่อินเดีย ไม่ว่าจะเป็นที่มลายู หรือในตะวันออกกลาง
คือ ไม่ให้บรรดา “บริวาร” รวมกันติด ก่อเกิดกลุ่มก้อน
จึงต้องใช้ฮินดูเหนือมุสลิม จึงต้องใช้คนมาเลย์เชื้อสายจีนเหนือคนมาเลย์พื้นเมือง จึงต้องใช้คนชั้นสูงกลุ่มน้อยปกครองพลเมืองส่วนใหญ่
บริหาร “เมืองขึ้น” เป็นเช่นนี้ แต่บริหาร “รัฐบาล” ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้
ตัวอย่างที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รับรู้ก็คือ แม้จะดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถกำกับงานเศรษฐกิจได้อย่างเป็นเอกภาพ
บางกระทรวงไม่ขึ้นกับ “รองนายกฯ” แต่ต่อสายตรงถึง “นายกรัฐมนตรี”
ขณะเดียวกัน แม้จะมีรองนายกรัฐมนตรีถือว่ากำกับดูแลงานทางด้านเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีคณะที่ปรึกษาของคสช.คอยกำกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีกทอดหนึ่ง
ทิศทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจึงมากมายหลายแนวทาง
ทำไปทำมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไปทางหนึ่ง กระทรวงคมนาคมก็ไปทางหนึ่ง กระทรวงการคลังก็ไปทางหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์ก็ไปทางหนึ่ง
ยิ่งเมื่อ “นายกรัฐมนตรี” ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ ยิ่งมากด้วยความสับสน
ถามว่าจากยุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มายังยุค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
ตอบได้เลยว่ายังเหมือนเดิม ปัญหาอันเคยมีในยุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก็ยังตกทอดมายังยุคของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีที่ไม่ยอมขึ้นต่อและสายตรงกับนายกรัฐมนตรีก็ยังมีอยู่
ข่าวลือปรับครม.จึงวนเวียนอยู่โดยรอบ “ครม.เศรษฐกิจ”