คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
หากเทียบชั้นในทางการเมืองระหว่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี หรือ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร กับ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋”
ต้องถือว่า “โกตี๋” อยู่แถวหลังสุด
อย่าว่าแต่ชื่อและชั้นในทางการเมืองกับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ซึ่งโด่งดังตั้งแต่สถานการณ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2524 หรือ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ที่เคยเป็นผบ.ทบ.และผบ.ทหารสูงสุดเลย
แม้กระทั่งเทียบกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ยังห่างไกล
แต่เมื่อนามของ “โกตี๋” ได้รับการเอ่ยถึงเริ่มจาก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.และเลขาธิการคสช. ตามด้วย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล
ครานี้นามของ “โกตี๋” ก็ไปไกลอย่างยิ่ง
ทำไมถึงว่านามของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” ถือว่าอยู่ระดับแถวหลังสุดเมื่อวางเรียงเคียงกับประธานนปช.อย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์
เพราะว่าเขาพอจะมีชื่ออยู่บ้างก็ประมาณปี 2556
เมื่อมีการชุมนุม “ชัตดาวน์” กทม.และขัดขวางการเลือกตั้ง และขบวนของ “โกตี๋” ออกมาเพื่อผลักดันให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2557
แล้วก็ถูก “มือปืนป๊อปคอร์น” ซัลโวเข้าใส่
และเมื่อเกิดรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 และ “โกตี๋” เป็นคนหนึ่งที่ถูกหมายตาว่าเคยก่อความรุนแรง จึงต้องหลบลี้หนีหน้าไป
การหายไปจากวงจรนั่นแหละทำให้ “โกตี๋” เริ่มโด่งดัง
กระนั้น ความโด่งดังของ “โกตี๋” ก็มิได้มีสีสันอันบรรเจิดเพริศแพร้วแต่อย่างใด หากแต่เป็นไปในทางร้ายมากกว่า
อย่างเช่นการเสนอตัวเข้ามาในนาม “สหายหมาน้อย”
อย่างเช่นการออกตัวแรงอย่างเป็นพิเศษในกรณี “วัดพระธรรมกาย” กระทั่งนำไปสู่การบุกค้น “คลังแสงใหญ่” ในพื้นที่ปทุมธานีและโยงสายยาวไปยัง “โกตี๋”
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง “โกตี๋” อยู่ในต่างประเทศ
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ศักยภาพทางการเมืองของ “โกตี๋” หากเทียบกับคนอย่าง นายสุรชัย แซ่ด่าน หรือคนอย่าง นายสุนัย จุลพงศธร
ก็ต้องยอมรับว่าห่างกันเป็นอย่างมาก
พลันที่กัมปนาทแห่งระเบิดเกิดขึ้นในห้องวงษ์สุวรรณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และมีการเอ่ยชื่อไปถึง นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ
ครานี้แหละที่ชื่อของ “โกตี๋” กลายเป็น “ข่าวพาดหัว”
เพราะ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ระบุว่าเป็น 1 ใน “ผู้ต้องสงสัย” และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ยืนยันว่าต้องมีการสืบสวน
ในอีกด้าน จึงเท่ากับเปิด “พื้นที่” ให้กับ “โกตี๋”