คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
เหมือนกับตำรวจจะประสบความสำเร็จในการยับยั้ง “ปาร์ตี้ 50 อดีตส.ส.” ที่เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ลงได้
แต่ความสำเร็จนี้ก็มากด้วยความอ่อนไหว
อาจเพราะว่าตำรวจมีคำสั่งคสช.ห้ามการชุมนุมเกินกว่า 5 คนอยู่ในมือ อาจเพราะว่าตำรวจสามารถอ้างเรื่องระเบิดมาเป็นประเด็นในการหยุดยั้ง
กระนั้น ถึงปาร์ตี้จะไม่ลุล่วง แต่ก็เหมือนกับลุล่วง
ตามปกติงานแบบนี้ทหารจะต้องออกนอกหน้า แต่กรณี “ปาร์ตี้ 50 อดีตส.ส.” กลับมอบหมายให้ตำรวจ และก็ดำเนินกลยุทธ์แบบตำรวจ
นั่นก็คือ มาจากข้ออ้างในเรื่องระเบิด เรื่องความปลอดภัย
มีความละเอียดอ่อนดำรงอยู่อย่างแน่นอนภายในความพยายามในการจัด “ปาร์ตี้ 50 อดีตส.ส.” แม้จะมิได้เป็นเรื่องเฉพาะของอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยก็ตาม
เพราะภายใน 50 อดีตส.ส.ดำรงอยู่อย่างหลากหลาย
ไม่ว่าจะสัมผัสได้จากชื่อของ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร จากมหาสารคาม ไม่ว่าจะสัมผัสได้จากชื่อของ นายเอกภาพ พลซื่อ จากร้อยเอ็ด
ยิ่ง นายสุพัฒน์ ธรรมเพชร ยิ่งเด่นชัดว่ามาจากพรรคประชาธิปัตย์
แต่หากคสช.และรัฐบาลยินยอมให้มีการจัด “ปาร์ตี้ 50 อดีตส.ส.” ได้อย่างราบรื่น นั่นหมายถึงโอกาสที่จะมีปาร์ตี้ตามมาอีกมากมาย
กระนั้น กระบวนการขัดขวางก็ไม่ลื่นเหมือนในอดีต
รูปธรรมที่เห็นอย่างเด่นชัดก็คือ การไม่กล้าออกโรงของ “ทหาร” ตรงกันข้าม ภาระหน้าที่ในการสกัดขัดขวางกลับตกอยู่บนบ่าของตำรวจ
ขณะเดียวกัน ตำรวจก็มิได้ใช้คำสั่งคสช.อย่างเทิ่งๆ
ที่ต้องดำเนินการอย่างคดเคี้ยวและวกวนเช่นนี้เพราะว่าเพิ่งผ่านเดือนพฤษภาคม 2560 มาใหม่หมาด
นี่มิได้เป็นสถานการณ์เหมือนเดือนพฤษภาคม 2559
และนี่มิได้เป็นสถานการณ์เหมือนเดือนพฤษภาคม 2558 หรือเหมือนกับสถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
กลยุทธ์แบบเดิมจึงใช้ไม่ได้ผล
แม้คสช.และรัฐบาลจะมากด้วยความกังวลเป็นอย่างสูงเพราะว่า “ปาร์ตี้ 50 อดีตส.ส.” เผยแสดงออกมาในเดือนมิถุนายน
เดือนมิถุนายน 2560 จึงมากด้วยความอ่อนไหว จึงมากด้วยความคมแหลมอย่างเป็นพิเศษทางการเมือง
เพราะว่าเป็นปีที่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เวียนมาเป็นวาระที่ 85 คสช.จึงอ่อนไหว รัฐบาลจึงอ่อนไหว และมากด้วยความระมัดระวัง
เพราะเป็น 85 ปีที่ “ประชาธิปไตย” ต้องมนต์ “รัฐประหาร”