สังคม สงเคราะห์
ใน สถานการณ์ “ไวรัส”
ดำรง คงอยู่หรือไม่
คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
สังคม สงเคราะห์ – ภาพของประชาชนที่สวนลุมพินีก่อให้เกิด “นัยประหวัด” ถึงอะไร
อย่างแรกสุดก็ต้องยอมรับในความเดือดร้อน ไม่เพียงแต่ไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน หากที่สำคัญเป็นอย่างมาก คือ ไม่มีบ้าน ไม่มีที่อยู่
จำเป็นต้องใช้ “สวนลุมฯ” เป็นที่ซุกหัวนอน
อย่างต่อมาก็คือ นึกถึงบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ “พม.” ว่ามีอย่างไรต่อสภาพที่ประชาชนประสบ
ดำเนินการในลักษณะ “สังคมสงเคราะห์” อย่างไร
ณ เบื้องหน้าความเดือดร้อน ณ เบื้องหน้าภาพเข้าแถวรอรับอาหาร
ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่นครราชสีมา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่นครปฐม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ภูเก็ต หัวหิน หรือย่านเพชรเกษม ดอนเมือง
เราเห็นแต่ “ตำรวจ” เราเห็นแต่ “เทศกิจ”
ทั้งมิได้เป็นบทบาทในการเข้าไปช่วยเหลือ มิได้เป็นบทบาทในการไปเยียวยา ตรงกันข้าม เป็นบทบาทในการเข้าไปจับกุม คุกคาม
แล้ว “สังคมสงเคราะห์” หายไปไหน
คําถามต่อนักสังคมสงเคราะห์ คำถามถึง “กรมประชาสงเคราะห์” ดังก้อง
นั่นก็คือ บทบาทของกรมประชาสงเคราะห์ตั้งแต่ยังสังกัดอยู่กระทรวงมหาดไทย หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในกระทรวงแรงงาน
เมื่อมาอยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้วเป็นอย่างไร
ท่ามกลางความทุกข์ยาก ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชนแทบจะทุกหย่อมย่าน บทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หายไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีบทบาทของ “นักสังคมสงเคราะห์” เหลืออยู่
ความเป็นจริงของการสังคมสงเคราะห์ของสังคมไทยดำเนินไปอย่างไร
ดำเนินไปอย่างเป็น “ราชการ” ดำเนินไปตามการบริหารจัดการของ “นักการเมือง” อันดำรงอยู่เหมือนกับเป็น “ติ่ง” ที่แทบไม่มีประโยชน์อะไร
เหมือนที่อยู่ใน “สาธารณสุข” เหมือนที่อยู่ใน “พาณิชย์”