คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

การปรากฏขึ้นของ “หมาป่าเดียวดาย” ในแบบของ นายวัฒนา ภุมเรศ อดีตพนักงานกฟผ.อาจทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เพราะเท่ากับเป็นคำตอบให้กับ “ห้องวงษ์สุวรรณ”

ไม่เพียงเท่านั้น ยังให้คำตอบไปยังข้างโรงละครแห่งชาติ หน้ากองสลากเก่า บนถนนราชดำเนินกลาง

และย้อนไปอีก 2 เหตุการณ์เมื่อปี 2550

การสรุปเรื่องนี้มิได้มาจากการใช้ความสามารถในเชิงการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างด้านเดียว หากแต่ยังมาจากการยอมรับของ นายวัฒนา ภุมเรศ อีกด้วย

คำสารภาพจาก นายวัฒนา ภุมเรศ นั่นแหละสำคัญ

คงจำกันได้ว่าแรกที่เกิดระเบิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน บนถนนราชดำเนิน ตามมาด้วยระเบิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ข้างโรงละครแห่งชาติ และที่สุดคือระเบิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ห้องวงษ์สุวรรณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

เมื่อข้อมูลของตำรวจระบุว่า 3 ระเบิดมีความสัมพันธ์

ความเคยชินพื้นฐานก็คือ 1 ต้องทำอย่างเป็นขบวนการ และ 1 ขบวนการนั้นก็ชี้นิ้วไปยังความพยายามของคนในต่างประเทศ

นี่คือบทสรุปเหมือนกับที่เคยสรุปมาแล้ว หลายครั้งหลายหน

ไม่ว่าจะเป็นเหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุระเบิดห้างสรรพสินค้าบนเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี

กรณีนี้นิ้วชี้ก็ไปตามรอยเดิม แต่ก็ไม่ใช่

เป็นการไม่ใช่แม้ว่าจะมีร่องรอยอันสามารถโยงไปสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยและกับนปช.คนเสื้อแดงได้ในระดับแน่นอนหนึ่ง

แต่คำพูดของ นายวัฒนา ภุมเรศ กลับหนักแน่นกว่า

หนักแน่นว่าไม่มีอะไรเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย หนักแน่นว่าไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเขาเป็นนปช.หรือเป็นคนเสื้อแดง

เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับ “รัฐประหาร”

เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับการปราบปรามประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตาย 6 ศพ ที่วัดปทุมวนาราม เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553

ที่สำคัญเขาทำคนเดียว ไม่มีใครร่วมด้วย

คำสารภาพของ นายวัฒนา ภุมเรศ อาจตัดประเด็นหลายประเด็นในทางการเมืองออกไปได้

แต่ความเป็นจริง 1 ซึ่งสำคัญและจะยังเป็นข้อถกเถียงอย่างต่อเนื่องก็คือ ความเห็นของเขาต่อการรัฐประหาร และความเห็นของเขาต่อการปราบปรามประชาชนที่มาชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง

ทำให้ นายวัฒนา ภุมเรศ เข้าไปยืนอยู่ใกล้กับ นายนวมทอง ไพรวัลย์ ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน