คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
กวีนิพนธ์ ประเทศไทย 4.0 อันเผยแพร่ภายหลังการประชุมครม.สร้างความคึกคักให้กับวงการ นักเลงกลอน ไทยแลนด์เป็นอย่างสูง
เป็นการมาพร้อมกับ วันสุนทรภู่
สุนทรภู่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ราชากลอนตลาด เจ้าของวรรคทอง นักเลงกลอน นอนฝัน เป็นสันดาน ที่ติดปากคนไทยมาตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์
เป็นการนำเสนอด้วยความหวังเป็นอย่างสูง
ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะพูดหรือออกคำสั่งก็ไม่ค่อยสนใจรับฟัง กลอนที่แต่งเป็นภาษาง่ายๆ ถ้าไม่มีคนฟังต่อไปก็คงต้องร้องลิเกแล้ว
นี่จึงเป็นบทบาทที่ 2 ต่อจาก บทเพลง
ไม่จำเป็นต้องกวีระดับ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่จะต้องออกมา กวีย่อมชื่นฤดีกวีด้วยกัน แต่กวีนิพนธ์ ประเทศไทย 4.0 ก็มีการขานรับอย่างอบอุ่น
หนังสือพิมพ์ทุกฉบับนำไปตีพิมพ์ สื่อออนไลน์ก็นำไปเผยแพร่
ภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในด้านของกวีจึงเป็นอีกภาพลักษณ์ 1 เป็นเหมือนกระดานหกให้ไปยืนเรียงเคียงข้างกับ เหมาเจ๋อตุง และ โฮจิมินห์ ขึ้นมาโดยพลัน
เพราะ 2 ท่านนี้ล้วนชมชอบในการเขียนบทกวี
กระนั้น ท่วงทำนองแห่งกวีนิพนธ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เหมือนกับท่วงทำนองแห่งบทเพลงในห้วงหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
นั่นก็คือ เน้น เนื้อหา เป็นหลัก
บรรดานักเลงกลอนที่เคร่งครัดอาจหงุดหงิดที่กวีนิพนธ์ ประเทศไทย 4.0 มิได้เดินตามขนบอัน พระยาอุปกิตศิลปสาร จัดวางในหนังสือ ฉันทลักษณ์ อย่างเคร่งครัด
เพราะวรรครับมิได้รับสัมผัสกับวรรคส่ง
และที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ คำท้ายในวรรครับซึ่งควรจะเป็นคำในเสียงสูง กลับเป็นคำสามัญ อาจทำให้ลีลาของกลอนเกิดตำหนิ
แต่นั่นก็เป็นเรื่องเล็กน้อย
เพราะว่าเป้าหมายอย่างแท้จริงของกวี คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้ต้องการความไพเราะ หากต้องการแสดงบทบาทและความหมายของ ประเทศไทย 4.0 อันเป็นเนื้อหาและผลงานชิ้นโบแดงของคสช.และรัฐบาลมากกว่า
เนื้อหา จึงเป็นหลัก รูปแบบ จึงเป็นรอง
หากนับจากบทเพลงอันเริ่มต้นจาก ขอเวลาอีกไม่นาน เราจะทำตามสัญญา เรื่อยมาจนถึงกวีนิพนธ์ ประเทศไทย 4.0 ก็จะประจักษ์ในภาวะหลากหลายบุคลิก
1 บุคลิกของนักการทหาร 1 บุคลิกของศิลปิน
เป็นเงาสะท้อนแห่งความน่ารัก ความน่าอบอุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กวี