คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
เสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดตั้งพรรคการเมืองและประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งเหมือนกับมาจากความรัก ความปรารถนาดี
ต้องการให้ก้าวเดินไปอย่างสง่างาม
ไม่ว่าจะเรียกว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเรียกว่าเป็นการทำไปตามความเรียกร้องต้องการจากประชาชน
สง่างามอย่างแน่นอนเมื่อเทียบกับ รัฐประหาร
เหมือนกับการกวักมือเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ก้าวไปบนหนทางอันสง่างามเช่นนี้ก็เพื่อให้ได้รับการประทับตรารับรองจากการเลือกตั้งโดยประชาชน มิใช่โดยการลากรถถังหรือบีบบังคับด้วยอำนาจแห่งปืน
คำถามก็คือ เสียงเรียกร้องเหล่านี้มั่นใจหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเห็นด้วย
ไม่ว่าจะมาจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมาจาก นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แห่งพรรคชาติไทยพัฒนา
ล้วนมาจากความเชื่อที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เชื่อ
นั่นก็คือ ต่างรู้อยู่เป็นอย่างดีว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองแล้วลงเลือกตั้ง
เหมือน จอมพล ป. พิบูลสงคราม จัดตั้งพรรคเสรีมนังคศิลา
เหมือน จอมพลถนอม กิตติขจร จัดตั้งพรรคสหประชาไทย
เพราะรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มีบทบัญญัติตระเตรียมไว้แล้วอย่างพร้อมมูล เพราะอำนาจที่มีอยู่ในมือสร้างความมั่นใจให้เป็นอย่างสูง
แทบไม่จำเป็นจะต้องลงไปเกลือกกลั้วกับ การเลือกตั้ง
ทั้งๆ ที่ไม่มีความเชื่อแล้วเสียงเรียกร้องอันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ อันมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นไปด้วยเป้าหมายใด
ตอบได้เลยว่า 1 เป็นการท้าทาย
ขณะเดียวกัน อีก 1 คำตอบซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากก็คือ เป็นการท้าทายเพื่อนำไปสู่การเปิดโปงในทางการเมือง
นั่นก็คือ เห็นไหมล่ะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ลงสมัครหรอก
เสียงเรียกร้องอันดังมาจากพรรคประชาธิปัตย์ เสียงเรียกร้องอันดังมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา จึงเหมือนกับเป็นการออกไปร้องท้าอยู่หน้าค่าย
ท้าทายเพื่อที่จะเปิดโปง
อย่าได้แปลกใจหากบรรดาลูกแหล่งตีนมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะออกมาประสานเสียงพร้อมเพรียง
ไม่ว่าจะจากสปท.ที่เพิ่งยื่นใบลาออก ไม่ว่าจะจากสปช.ที่เคยประกาศจัดตั้งพรรค ต่างยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่จำเป็นต้องจัดตั้งพรรค ไม่จำเป็นต้องลงเลือกตั้ง
พี่ไม่ต้อง น้องๆ ขออาสาเอง