คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง : อาการ การเมือง อาการ ประชาธิปัตย์ หนักหนา สาหัส
คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง – ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์พรรคไหนหนักกว่า
หากมองจากภาพ 18 กรรมการบริหารพรรคยื่นใบลาออก อาจรู้สึกว่าสถานการณ์ในพรรคพลังประชารัฐหนักหนาสาหัสกว่าพรรคประชาธิปัตย์
เพราะการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคต้องเกิดขึ้นแน่
ขณะที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์มีแต่เพียงข่าวในลักษณะ“ปล่อย”ออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า แต่ยังไม่มี “ปฏิบัติการ”ที่เป็นจริงเกิดขึ้น
เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์จะเบากว่าพรรคพลังประชารัฐ
แล้วการดอดไปพบบางคนในทำเนียบรัฐบาลเล่าสะท้อนนัยยะอะไรทางการเมือง
ในเมื่อคนที่บรรดา ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เดินทางไปพบ คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ไม่เพียงแต่กลุ่มเดียว หากทำท่าอาจเป็น 3 กลุ่ม
ขณะที่มีข่าวลือปลิวว่อนว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเพียง ไม่กี่เดือนจากนั้นก็จะเป็นของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
นี่จะไม่ยิ่งเป็นการเจาะยางพรรคประชาธิปัตย์หรอกละหรือ
สภาพการณ์อันเกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์หนักอย่างแน่นอน
หนักไม่เพียงเพราะว่ามีการรุกคืบจากภายใน หากแต่ยังมีความพยายามจะเจาะและดูดดึงเอาคนของพรรคประชาธิปัตย์ออกมาอีกด้วย
งานนี้ลำพัง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ คงรับ ไม่ไหว
เพราะไม่เพียงแต่เป็นการขยับจากภายนอกผ่าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หากภายใน นายถาวร เสนเนียม ก็ไม่ได้หยุดเหมือนกับเป็นเป้านิ่งทาง การเมือง
ทุกคนจึงอยู่ในสภาพรอคอยจังหวะอันเหมาะสมเท่านั้น
ปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์นับวันจะยิ่ง เผยตัว อึกทึก ครึกโครม
เป็นความอึกทึกที่เด่นชัดว่าอาจไม่ปักหลักอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นความอึกทึกที่ส่วนหนึ่งอาจถูกดึงเข้าไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ
เข้าตำรา “ตกปลาในบ่อเพื่อน” ทลายฐานกำแพงเพื่อน